trading platform TH
Search TradingPlatforms
Home » โบรกเกอร์ที่ดีที่สุด

ถ้าหากคุณกำลังต้องการเทรดออนไลน์แต่ไม่มีเงินทุนจำนวนมากในการทำให้เกิดความคุ้มค่า มันอาจเป็นเรื่องดีในการพิจารณาหาโบรกเกอร์ที่ดีที่สุดที่มีเลเวอเรจสูง ขนาดของเลเวอเรจที่มีให้สำหรับเทรดเดอร์ชาวไทยโดยปกติจะถูกจำกัดอยู่ที่ 1:30 แต่ถ้าหากคุณเป็นลูกค้ามืออาชีพหรือใช้แพลตฟอร์มต่างประเทศ คุณอาจได้รับเลเวอเรจที่มากกว่านี้ได้ เราจะมารีวิวโบรกเกอร์ที่ดีที่สุดที่มีเลเวอเรจสูงสำหรับเทรดเดอร์ชาวไทยในปี 2021

Contents

เปิดบัญชีกับ eToro ได้ใน 4 ขั้นตอน

เริ่มต้นเทรดด้วยเลเวอเรจที่ eToro ซึ่งเป็นโบรกเกอร์ที่มีเลเวอเรจสูงและมีความยอดเยี่ยมในทุกด้านได้ใน 4 ขั้นตอน

  • ขั้นตอนที่ 1: เปิดบัญชี
  • ขั้นตอนที่ 2: ยืนยันตัวตนของคุณ
  • ขั้นตอนที่ 3: ฝากเงินไปยังบัญชีของคุณ
  • ขั้นตอนที่ 4: เริ่มต้นเทรดด้วยเลเวอเรจ

โบรกเกอร์ที่ดีที่สุดที่มีเลเวอเรจสูง 4 อันดับแรกในไทยสำหรับปี 2021

กำลังมองหารายละเอียดเกี่ยวกับโบรกเกอร์ที่ดีที่สุดที่มีเลเวอเรจสูงในไทยอยู่ใช่หรือไม่? ถ้าใช่ ลองมาดูที่ลิสต์ด้านล่างนี้!

  1. eToro – โบรกเกอร์ที่ดีที่สุดที่มีเลเวอเรจสูงในทุกด้าน
  2. Capital.com – โบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ที่มีเลเวอเรจสูงสำหรับผู้เริ่มต้นใหม่
  3. Avatrade – ใช้เลเวอเรจได้สูงสุด 400:1 สำหรับ MetaTrader4 และ MetaTrader5
  4. Libertex – โบรกเกอร์ที่มีสเปรดเป็นศูนย์และมีเลเวอเรจ 1:600 สำหรับลูกค้ามืออาชีพ

โบรกเกอร์ที่ดีที่สุดที่มีเลเวอเรจสูงในไทย

ถึงแม้ว่าคุณอาจกำลังหาแพลตฟอร์มเทรดที่ดีที่สุดในไทยที่มีเลเวอเรจสูง คุณอาจต้องพิจารณาปัจจัยสำคัญอื่นๆ ด้วย

สิ่งนี้ควรประกอบไปด้วยสินทรัพย์และตลาดที่โบรกเกอร์รองรับ ค่าคอมมิชชั่นและค่าธรรมเนียมที่คิด และแพลตฟอร์มสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ดีได้หรือไม่

เราได้ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณแล้วด้วยการเลือกโบรกเกอร์ที่ดีที่สุดที่มีเลเวอเรจสูง ในไทย 4 อันดับแรกมาให้คุณได้พิจารณา

1. eToro – โบรกเกอร์ที่ดีที่สุดที่มีเลเวอเรจสูงโดยรวมในประเทศไทย

eToro Logo eToro เป็นแพลตฟอร์มซื้อขายและโบรกเกอร์ออนไลน์ที่เป็นมิตรต่อผู้ใช้งานที่มีนักลงทุนมากกว่า 17 ล้านคนกำลังใช้งานเว็บไซต์ของพวกเขา โบรกเกอร์ที่ได้รับความนิยมแห่งนี้ให้คุณสามารถเทรดได้ทุกสิ่งตั้งแต่หุ้น, ETFs, และสกุลเงินดิจิทัล ไปจนถึง ฟอเร็กซ์, ดัชนี, และโลหะ

ถึงแม้ว่าโบรกเกอร์ที่มีสเปรดต่ำแห่งนี้จะรองรับการลงทุนในรูปแบบเดิม ลูกค้ายังสามารถเทรดตลาดการเงินทั้งหมดได้ในรูปแบบของตราสาร CFD ซึ่งนั่นหมายความว่าคุณจะสามารถใช้เลเวอเรจได้

ในด้านของขีดจำกัด สิ่งนี้จะอยู่ในกรอบตามที่ FCA ได้กำหนดไว้ ดังนั้นคุณจะสามารถใช้เลเวอเรจได้ 1:30 เท่านั้น เว้นแต่ว่าคุณจะเป็นลูกค้ามืออาชีพ เลเวอเรจนี้จะสามารถใช้ได้เมื่อคุณเทรดคู่สกุลเงินตัวหลักของฟอเร็กซ์ เช่น GBP/USD และ EUR/USD – นั่นหมายความว่า eToro จะมีลิมิตที่ต่ำกว่านี้สำหรับสินทรัพย์ตัวอื่นๆ

ตัวอย่างเช่น ถ้าหากคุณต้องการเทรดคู่สกุลเงินฟอเร็กซ์ที่เป็นคู่รอง/พิเศษ หรือทองคำ คุณจะสามารถใช้เลเวอเรจได้ 1:20 ถ้าหากเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น เงิน, ทองแดง, ธัญพืช, ข้าวโพด หรือน้ำตาล คุณจะสามารถเทรดตราสารเหล่านี้บน eToro ได้ด้วยเลเวอเรจ 1:10 นอกจากนี้คุณยังสามารถเทรดหุ้นได้มากกว่า 2,400 ตัว จากตลาดต่างประเทศ 17 แห่ง กับโบรกเกอร์เลเวอเรจสูงชั้นนำ

eToro จะให้คุณได้ใช้เลเวอเรจ 1:5 – หมายความว่าคุณสามารถเทรดหุ้นได้เป็นขนาดใหญ่กว่าจำนวนเงินในบัญชีของคุณ 5 เท่า อย่างไรก็ตามถ้าหากคุณสามารถพิสูจน์ได้ว่าคุณเป็นลูกค้ามืออาชีพ eToro จะทำการอัปเกรดบัญชีให้คุณ ซึ่งนั่นจะทำให้คุณสามารถใช้เลเวอเรจได้สูงกว่ามาก

ในด้านค่าธรรมเนียมและค่าคอมมิชชั่นการเทรด eToro มีความโดดเด่นในด้านนี้มาก นั่นเป็นเพราะโบรกเกอร์แห่งนี้ไม่มีการคิดค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณขายสินทรัพย์ นอกจากนี้ยังไม่มีค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มรายเดือนอีกด้วย และการซื้อหุ้นสหราชอาณาจักรยังไม่ต้องเสียค่าอากรแสตมป์

ถ้าหากคุณชอบโบรกเกอร์ที่มีเลเวอเรจสูงเช่นนี้ คุณสามารถเปิดบัญชี eToro ได้ภายในเวลาไม่กี่นาที คุณต้องทำเพียงแค่ฝากเงินขั้นต่ำ $200 ซึ่งขนาดการเทรดขั้นต่ำของแพลตฟอร์มนี้จะเริ่มต้นที่ $25 สำหรับสกุลเงินคริปโต, $50 สำหรับหุ้น, และ $200 สำหรับ ETFs

การนำเงินเข้าและออกจาก eToro ยังสามารถทำได้ง่ายๆ นี่เป็นเพราะคุณสามารถฝากเงินได้ด้วยบัตรเดบิต, บัตรเครดิต, e-wallet, หรือการโอนเงินด้วยบัญชีธนาคาร และแน่นอนว่า – eToro มีการกำกับดูแลอย่างเข้มงวดในสหราชอาณาจักร ซึ่งรวมถึงการได้รับใบอนุญาตจาก FCA และเงินของคุณจะได้รับความคุ้มครองโดย FSCS

ข้อดี:

  • โบรกเกอร์และแพลตฟอร์มเทรดที่เป็นมิตรต่อผู้ใช้งาน
  • ซื้อขายตราสารนับพันตัวได้อย่างรวดเร็ว
  • 100% ไม่มีค่าคอมมิชชั่น
  • คุณยังสามารถเทรดหุ้น, ดัชนี, ETFs, สกุลเงินคริปโต, และอื่นๆ อีกมากมาย
  • ฝากเงินได้ด้วยบัตรเดบิต/เครดิต, e-wallet, หรือบัญชีธนาคาร
  • โซเชียลและ copy trading
  • รับ PayPal
  • กำกับดูแลโดย FCA, ASIC, และ CySEC

ข้อด้อย:

  • ไม่เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ขั้นสูงที่ต้องใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิค

67% ของนักลงทุนรายบุคคลเกิดการขาดทุนเมื่อซื้อขาย CFDs ที่เว็บไซต์นี้

2. Capital.com – โบรกเกอร์ที่ดีที่สุดที่มีเลเวอเรจสูงสำหรับผู้เริ่มต้นใหม่ (เงินฝากขั้นต่ำ £20)

new capital.com logo ถ้าหากคุณกำลังมองหาโบรกเกอร์ที่มีเลเวอเรจสูงแต่คุณมีประสบการณ์ไม่มากในด้านการเทรดออนไลน์ คุณอาจต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง เลเวอเรจสามารถทวีคูณทั้งผลกำไรและขาดทุนของคุณได้

มือใหม่อาจต้องลองพิจารณา Capital.com ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่เป็นมิตรต่อผู้เริ่มต้นใหม่ด้วยเหตุผลหลายๆ อย่าง อย่างแรกคือโบรกเกอร์ CFD ที่ได้รับความนิยมแห่งนี้กำหนดยอดเงินฝากขั้นต่ำเพียงแค่ £20

คุณสามารถเพิ่มเงินไปยังบัญชี Capital.com ของคุณได้ด้วยบัตรเดบิต, บัตรเครดิต หรือ e-wallet อย่างไรก็ตามถ้าหากคุณโอนเงินจากบัญชีธนาคารของคุณ ยอดเงินฝากขั้นต่ำจะเพิ่มเป็น £250 Capital.com ยังเหมาะสำหรับเทรดเดอร์ที่ยังไม่มีประสบการณ์เนื่องจากพวกเขามีบัญชีเดโมที่สามารถใช้งานได้อย่างสมบูรณ์

บัญชีนี้จะให้คุณสามารถซื้อและขายผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มีเลเวอเรจแบบปราศจากความเสี่ยง 100% นอกจากนี้ Capital.com ยังเหมาะสำหรับเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ยอดเยี่ยมอีกด้วย – ซึ่งมีแอปโมบายสำหรับคอร์สการเทรดโดยเฉพาะ ในด้านของตลาดที่รองรับ Capital.com มีตราสารนับพันตัวให้เลือก

ตราสารประกอบไปด้วยหุ้น, ดัชนี, ฟอเร็กซ์, และสินทรัพย์ที่เป็นสินค้าโภคภัณฑ์ – ทั้งหมดนี้จะอยู่ในรูปของ CFDs ที่ดีที่สุดคือ Capital.com เป็นโบรกเกอร์ที่ไม่มีค่าคอมมิชชั่น 100% และตลาดที่รองรับยังสามารถเทรดได้ด้วยสเปรดที่แคบ ในด้านเลเวอเรจ Capital.com ได้รับอนุญาตและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลจาก FCA ดังนั้นคุณจะถูกจำกัดเลเวอเรจไว้สูงสุดที่ 1:30 เว้นแต่ว่าคุณจะเป็นลูกค้ามืออาชีพ

ข้อดี:

  • แอปความรู้สำหรับเทรดเดอร์มือใหม่
  • การช่วยเหลือจาก AI สามารถช่วยบอกจุดอ่อนของคุณได้
  • มีเทรดไอเดียทุกวัน
  • การแสดงกราฟที่ยอดเยี่ยมและส่วนการวิเคราะห์
  • ฝากเงินขั้นต่ำ £20

ข้อด้อย:

  • ไม่สามารถสร้างกลยุทธ์การเทรดแบบปรับเองได้

71.2% ของนักลงทุนรายบุคคลเกิดการขาดทุนเมื่อซื้อขาย CFDs ที่เว็บไซต์นี้

3. Avatrade – ใช้เลเวอเรจได้สูงสุด 400:1 สำหรับ MetaTrader4 และ MetaTrader5

Trading 212 stock app Avatrade เป็นแพลตฟอร์มที่มีการกำกับดูแลจาก CBoI, ASIC และ FSB, และยังเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในตลาด พวกเขาได้สร้างชื่อเสียงที่ดีและได้รับความไว้วางใจจากในอุตสาหกรรม Avatrade เป็นแพลตฟอร์ม CFD ที่คุณสามารถเทรดฟอเร็กซ์, คริปโต, ดัชนี, หุ้น และ ETFs ได้

เนื่องจากนี่เป็นแพลตฟอร์ม CFD คุณสามารถทำการเทรดได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าคอมมิชชั่นและยังมีสเปรดที่ต่ำมากเริ่มตั้งแต่น้อยกว่า 1 pip สำหรับคู่ฟอเร็กซ์ตัวหลัก เนื่องจากคุณจะต้องเทรดตราสารทางการเงินในรูปแบบของ CFDs คุณจะสามารถใช้เลเวอเรจได้ซึ่งเลเวอเรจนี้ถูกจำกัดไว้ที่ 30:1 – 2:1

นอกจากนี้พวกเขายังมี MetaTrader4 และ MetaTrader5 ที่มีเลเวอเรจสูงสุด 400:1 ซึ่ง MT5 เป็นแพลตฟอร์มที่ทันสมัยและเต็มไปด้วยฟังก์ชั่นมากมายที่มาพร้อมกับเครื่องมือทางเทคนิคขั้นสูง แพลตฟอร์มนี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยในการเทรดขั้นสูง ซึ่งเมื่อเทียบกับ MT4 แล้ว แพลตฟอร์ม MT5 มีสินทรัพย์ให้เลือกมากกว่า

คุณสามารถเริ่มต้นอย่างง่ายดายกับ Avatrade ได้แล้ววันนี้และคุณสามารถเริ่มต้นฝากเงินเข้าบัญชีได้ด้วยเงินเพียง $100 ถ้าหากคุณมีคำถามสงสัยหรือต้องการความช่วยเหลือ ฝ่ายบริการลูกค้าของพวกเขาพร้อมให้บริการคุณตลอด 24/7

ข้อดี:

  • ไม่มีค่าธรรมเนียมในการถอนเงิน
  • ค่าธรรมเนียมต่ำสำหรับ CFDs
  • สามารถใช้งาน MT4 และ MT5 ได้ด้วยเลเวอเรจที่สูงกว่า
  • มีผู้กำกับดูแล 3 แห่ง; CBoI, ASIC และ FSB
  • เป็นหนึ่งในโบรกเกอร์ที่เก่าแก่ที่สุดในตลาด
  • การช่วยเหลือตลอด 24/7

ข้อด้อย:

  • มีเฉพาะ CFDs

เงินทุนของคุณมีความเสี่ยง

4. Libertex – โบรกเกอร์ที่มีสเปรดเป็นศูนย์และมีเลเวอเรจ 1:600 สำหรับลูกค้ามืออาชีพ

Libertex เป็นอีกหนึ่งโบรกเกอร์ที่มีเลเวอเรจสูง ที่คุณควรลองพิจารณา จุดน่าสนใจหลักของแพลตฟอร์มนี้อยู่ที่ว่า พวกเขาไม่มีการคิดค่าสเปรดใดๆ นอกจากนี้ยังไม่มีช่องว่างระหว่างราคา ‘bid’ และ ‘ask’ บนตลาดทั้งหมดที่ Libertex รองรับ

นั่นหมายความว่าในบางมุม Libertex ก็ดูไม่แตกต่างจากโบรกเกอร์ ECN มากนักในด้านของตราสารที่คุณสามารถเทรดได้ โดย Libertex มีความเชี่ยวชาญในด้านตราสาร CFD ซึ่งครอบคลุมทุกสิ่งตั้งแต่โลหะ, พลังงาน, หุ้น, ดัชนี และฟอเร็กซ์

ด้วยการที่เป็นโบรกเกอร์ CFD ชั้นนำ นั่นหมายความว่าคุณจะสามารถใช้เลเวอเรจได้ ในด้านของขีดจำกัด มันจะขึ้นอยู่กับว่าคุณเป็นเทรดเดอร์รายย่อยหรือลลูกค้ามืออาชีพ ถ้าคุณเป็นลูกค้ามืออาชีพคุณจะสามารถเทรดได้ด้วยเลเวอเรจสูงสุด 1:600

นั่นหมายความว่ายอดเงินคงเหลือในบัญชี £1,000 จะให้คุณสามารถเปิดโพซิชั่นเทรดมูลค่า £600,000 ได้ อย่างไรก็ตามถ้าคุณไม่ได้เป็นลูกค้ามืออาชีพคุณจะถูกจำกัดเลเวอเรจเหมือนกับใน eToro นั่นหมายความว่าคุณจะสามารถเทรดได้ด้วยเลเวอเรจสูงสุด 1:30 สำหรับคู่สกุลเงินหลักและ น้อยกว่าสำหรับตราสารทางการเงินตัวอื่นๆ

ในด้านของค่าธรรมเนียมเราได้กล่าวไปว่า Libertex เป็นโบรกเกอร์ที่มีสเปรดเป็นศูนย์ อย่างไรก็ตามคุณจะต้องจ่ายค่าคอมมิชชั่นเทรดเมื่อคุณเปิดและปิดโพซิชั่นซึ่งมากกว่า 0% เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ดังนั้นค่าธรรมเนียมการเทรดจึงดูค่อนข้างน่าสนใจเมื่อเทียบกับโบรกเกอร์ที่มีสเปรดสูงระดับนี้

หากคุณต้องการเริ่มต้นกับ Libertex ในวันนี้ แพลตฟอร์มนี้ได้กำหนดเงินฝากเริ่มต้นเพียงแค่ £100 อย่างไรก็ตามคุณสามารถเติมเงินเข้าบัญชีได้ด้วยเงินเริ่มต้นเพียง £10 สำหรับการฝากเงินเป็นครั้งที่สองเป็นต้นไปซึ่งสามารถทำได้ด้วยบัตรเครดิต/เดบิต, การโอนเงินทางธนาคาร และ e-wallets โบรเกอร์ที่มีอายุมากกว่าสองทศวรรษแห่งนี้ได้รับใบอนุญาตจาก CySEC

ข้อดี:

  • เทรด CFD ด้วยสเปรดเป็นศูนย์
  • มีค่าคอมมิชชั่นที่น่าสนใจ
  • มีแหล่งความรู้ที่ดี
  • โบรกเกอร์ที่มีรากฐานมั่นคง
  • สามารถใช้งานได้กับ MT4
  • มีตลาดให้เลือกมากมาย

ข้อด้อย:

  • มีเฉพาะ CFDs เท่านั้น

83% ของนักลงทุนรายบุคคลเกิดการขาดทุนเมื่อซื้อขาย CFDs ที่เว็บไซต์นี้

เปรียบเทียบค่าธรรมเนียมและเลเวอเรจของโบรกเกอร์ที่มีเลเวอเรจสูง

ถ้าหากคุณกำลังต้องการดูภาพรวมการให้บริการจากโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ที่ดีที่สุดที่มีเลเวอเรจสูงตามที่เราได้กล่าวไปก่อนหน้านี้ โปรดดูที่ตารางด้านล่างนี้

เลเวอเรจสูงสุด (รายย่อย) เลเวอเรจสูงสุด (มืออาชีพ) คอมมิชชั่น เงินฝากขั้นต่ำ
eToro 1:30 แล้วแต่กรณี 0% $200
Capital.com 1:30 1:500 0% £20
Avatrade 1:30 1:400 0% $100
Libertex 1:30 1:600 0%-0.5% £100

 

อธิบายเกี่ยวกับเลเวอเรจสูงสิ่งที่คุณควรทราบ

เวทีการเทรดในไทยนั้นมีการกำกับดูแลอย่างเข้มงวด FCA มีการปกป้องหลายอย่างสำหรับลูกค้ารายบุคคลเกี่ยวกับเลเวอเรจ

เพื่อให้คุณทราบเกี่ยวกับกฎและการกำกับดูแลที่โบรกเกอร์ออนไลน์ต้องปฏิบัติตาม ส่วนนี้จะอธิบายทุกสิ่งที่ควรทราบเกี่ยวกับการใช้เลเวอเรจสูงในไทย

เลเวอเรจคืออะไร?

ในขณะที่ผู้อ่านส่วนใหญ่เข้าใจว่าเลเวอเรจคืออะไร ผู้อ่านบางส่วนยังคงเป็นมือใหม่ อธิบายง่ายๆ คือ เลเวอเรจจะให้คุณสามารถเทรดได้ด้วยเงินที่มากกว่าเงินที่คุณมีในบัญชีโบรกเกอร์ด้วยการยืมเงินทุนเพิ่มเติมจากแพลตฟอร์มเทรดที่คุณเลือก

เราสามารถมองเลเวอเรจเป็นเหมือนตัวคูณ (เช่น x2, x3) หรืออัตราส่วน (เช่น 1:2, 1:3), โบรกเกอร์ส่วนใหญ่เลือกแบบหลัง ตัวอย่างเช่น สมมติว่าคุณเสี่ยงด้วยเงิน £100 บนโพซิชั่นเทรดฟอเร็กซ์ด้วยเลเวอเรจ 1:10 นั่นหมายความว่าคุณกำลังเทรดมากกว่าเงินของคุณ 10 เท่า ดังนั้นในตัวอย่างนี้คุณได้เปลี่ยน £100 ให้เป็น £1,000

นี่คือตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าการเทรดของคุณจะเป็นเช่นใดเมื่อใช้โบรกเกอร์ที่ดีที่สุดที่มีเลเวอเรจสูง

  • คุณลงทุนด้วยเงิน £100 สำหรับ GBP/USD – ส่งคำสั่งซื้อเพราะคุณคิดว่าอัตราแลกเปลี่ยนจะปรับขึ้น
  • คุณใช้เลเวอเรจ 1:10
  • สองสามชั่วโมงต่อมา โพซิชั่น GBP/USD มีมูลค่าเพิ่มขึ้น 4%
  • คุณพึงพอใจกับโปรไฟล์ของคุณ คุณปิดการเทรดด้วยคำสั่งขาย
  • ถ้าหากไม่ใช้เลเวอเรจ ผลกำไร 4% จาก £100 จะทำให้คุณได้กำไรเพียงแค่ £4
  • อย่างไรก็ตามเมื่อคุณใช้เลเวอเรจ 1:10 ผลกำไร £4 จะทวีคูณเป็น £40

จากตัวอย่างดังกล่าว โบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ที่มีเลเวอเรจสูงจะให้คุณสามารถทำผลกำไรให้ทวีคูณขึ้นได้โดยเฉพาะเมื่อคุณไม่มีเงินทุนจำนวนมากสำหรับการเทรด

การจำกัดเลเวอเรจ

ตามที่เราได้กล่าวไว้แล้วในคู่มือนี้ FCA มีความเข้มงวดอย่างมากในด้านข้อจำกัดด้านเลเวอเรจสำหรับลูกค้ารายบุคคล สำหรับผู้ที่ยังไม่ทราบ การมีสถานะเป็นลูกค้ารายบุคคลหมายความว่าคุณไม่ใช่เทรดเดอร์มืออาชีพ ในทางกลับกันคุณเป็นเทรดเดอร์ทั่วไปที่เสี่ยงด้วยเงินระดับหนึ่งจากที่บ้านของคุณ

ถ้านี่ดูเหมือนเป็นคุณ จำนวนเลเวอเรจสูงสุดที่คุณจะสามารถได้รับจากโบรกเกอร์ที่มีการกำกับดูแลโดย FCA จะเป็นดังนี้:

  • 30:1 สำหรับคู่สกุลเงินหลัก
  • 20:1 สำหรับที่ไม่ใช่คู่สกุลเงินหลัก, ทองคำ และดัชนีตัวหลัก
  • 10:1 สำหรับสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ นอกเหนือจากทองคำและดัชนีที่ไม่ใช่ตัวหลัก
  • 5:1 สำหรับหุ้นรายตัวและการอ้างอิงมูลค่าอื่นๆ

คุณอาจสังเกตพบว่า สกุลเงินคริปโต เช่น Bitcoin ไม่มีอยู่ในลิสต์ข้างบนนี้ ก่อนเดือนมกราคม 2021 ลูกค้ารายบุคคลสามารถเทรดสินทรัพย์ดิจิทัลได้ด้วยเลเวอเรจ 1:2 อย่างไรก็ตามนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา FCA ได้แบนการใช้อนุพันธ์สำหรับคริปโตสำหรับลูกค้ารายบุคคลในสหราชอาณาจักร

ถ้าหากคุณเป็นลูกค้ารายบุคคลต้องการได้รับเลเวอเรจที่สูงขึ้น – คุณมีเพียง 2 ตัวเลือก – ซึ่งเราจะอธิบายในส่วนด้านล่างนี้

ตัวเลือกที่ 1: เปิดบัญชีเทรดแบบสำหรับลูกค้ามืออาชีพ

วิธีที่ดีที่สุดในการเพิ่มการเข้าถึงโบรกเกอร์ที่มีเลเวอเรจสูงคือการเปิดบัญชีเป็นลูกค้ามืออาชีพ ไม่ว่าคุณเลือกโบรกเกอร์ใด – ข้อกำหนดค่อนข้างจะไม่แตกต่างกัน

83% ของนักลงทุนรายบุคคลเกิดการขาดทุนเมื่อซื้อขาย CFDs ที่เว็บไซต์นี้

คุณจะต้องผ่านหลักเกณฑ์อย่างน้อย 2 ใน 3 ข้อดังต่อไปนี้:

  • คุณมีประสบการณ์ในเซ็กเตอร์บริการด้านการเงินอย่างน้อย 1 ปี นี่เป็นหลักเกณฑ์ที่ค่อนข้างกว้าง คุณจะต้องแสดงให้โบรกเกอร์ที่มีเลเวอเรจสูงเห็นว่าคุณได้ปฏิบัติงานด้านการเทรด/การลงทุนในตำแหน่งมืออาชีพ
  • ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา คุณจะต้องทำธุรกรรมการเทรดอย่างน้อย 10 ครั้งต่อไตรมาส โดยไม่จำเป็นต้องทำกับโบรกเกอร์ที่มีเลเวอเรจสูงที่คุณกำลังเข้าร่วม ตัวอย่างเช่น ถ้าหากคุณเคยเทรดกับ IG ก่อนหน้านี้แต่ต้องการเปิดบัญชีมืออาชีพกับ eToro คุณสามารถทำได้ นี่เป็นหลักเกณฑ์ที่ง่ายที่สุดเนื่องจากการทำธุรกรรม 10 ครั้งต่อไตรมาสนั้นถือว่าไม่มากซึ่งคิดเป็นการเทรดแบบครบรอบเพียงแค่ 5 ครั้งเท่านั้นเนื่องจากการเทรดแต่ละครั้งต้องมีการซื้อและขายเพื่อเปิดและปิดโพซิชั่น
  • คุณกำลังถือพอร์ตโฟลิโอสินทรัพย์ที่มีมูลค่าขั้นต่ำ 500,000 EUR (ประมาณ £441,000) สิ่งนี้อาจรวมถึงการลงทุน, การออม และตราสารทางการเงินตัวอื่นๆ – แต่ไม่รวมถึงอสังหาริมทรัพย์

ตามที่คุณได้เห็นจากข้อมูลข้างต้น การจะเป็นลูกค้ามือาชีพนั้นค่อนข้างเป็นเรื่องท้าทาย ถ้าหากคุณไม่มีสินทรัพย์มูลค่า 500,000 EUR คุณจะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าคุณได้เคยทำงานในเซ็กเตอร์บริการทางการเงินในรูปแบบของการทำเป็นอาชีพและได้ทำการเทรดตามจำนวนที่กำหนดในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา

ถ้าหากคุณสามารถทำได้โบรกเกอร์ที่ดีที่สุดที่มีเลเวอเรจสูงในไทยจะขอให้คุณส่งเอกสารเพื่อให้พวกเขาตรวจสอบ

ตัวเลือกที่ 2: ใช้โบรกเกอร์ต่างประเทศ

ถ้าหากคุณไม่สามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในฐานะลูกค้ามืออาชีพและคุณต้องการเลเวอเรจที่สูงกว่า FCA กำหนด คุณมีเพียงตัวเลือกเดียวคือการใช้โบรกเกอร์ต่างประเทศ

นั่นหมายความว่าแพลตฟอร์มจะไม่ได้รับอนุญาตหรือมีการกำกับดูแลจาก FCA และคุณจะไม่ได้รับความคุ้มครองใดๆ ตามโปรแกรมความคุ้มครองของ FSCS ในกรณีที่โบรกเกอร์เกิดการล้มละลาย – สูงสุดเป็นจำนวนเงินชดเชย £85,000

ค่าใช้จ่ายทางการเงินแบบข้ามคืนสำหรับการใช้เลเวอเรจ

ก่อนใช้กลยุทธ์การเทรดแบบมีเลเวอเรจ มันเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องเข้าใจว่ามีค่าธรรมเนียมบางอย่างเกี่ยวข้อง คุณจะต้องจ่าย ‘ค่าธรรมเนียมทางการเงินแบบข้ามคืน’ สำหรับแต่ละวันที่คุณเปิดโพซิชั่นที่มีเลเวอเรจ

เมื่อคุณกำลังเทรดด้วยเงินจำนวนมากกว่าที่คุณมีอยู่ในบัญชี นั่นหมายความว่าคุณกำลังยืมเงินจากโบรกเกอร์ของคุณ โบรกเกอร์จะมีการคิดค่าตอบแทนจากการยืมเงินทุนนี้ซึ่งอยู่ในรูปของดอกเบี้ย

อย่างไรก็ตามไม่มีอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานสำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีเลเวอเรจทางการเงิน ดังนั้นมันจะแตกต่างกันตามแต่ละโบรกเกอร์และตามสินทรัพย์ จุดสำคัญคือการเทรดด้วยเลเวอเรจไม่เหมาะสำหรับการลงทุนระยะยาวเนื่องจากค่าธรรมเนียมทางการเงินจะทำให้ผลกำไรของคุณลดลง

ช่วงเวลาการคิดค่าธรรมเนียมทางการเงินสำหรับการถือข้ามคืนนี้จะแตกต่างกันตามแพลตฟอร์ม

  • ตัวอย่างเช่น eToro จะมีการคิดค่าธรรมเนียมรายวันสำหรับโพซิชั่นที่ใช้เลเวอเรจทั้งหมดที่เวลา 17:00 New York time ซึ่งเท่ากับ 22:00 ในสหราชอาณาจักร
  • ถ้าหากคุณเปิดโพซิชั่นที่มีเลเวอเรจไว้ที่เวลา 23:00 ในวันจันทร์ การคิดค่าธรรมเนียมรายวันครั้งแรกจะเกิดขึ้นที่เวลา 22:00 ในวันอังคาร

การทราบว่าโบรกเกอร์เลเวอเรจสูงที่คุณเลือกมีการคิดค่าธรรมเนียมทางการเงินสำหรับการถือข้ามคืนถือเป็นเรื่องสำคัญ ถึงแม้ว่าคุณจะเป็นเทรดเดอร์ระยะสั้น อัตราแลกเปลี่ยนที่แพงเกินไปสามารถทำให้ผลตอบแทนจากการเทรดของคุณลดลงได้

ข่าวดีคือ eToro มีการแสดงค่าธรรมเนียมทางการเงินสำหรับการถือข้ามคืนอย่างชัดเจนก่อนที่คุณจะทำการเทรด ค่าธรรมเนียมรายวัน – ซึ่งถูกแสดงเป็นดอลลาร์และเซ็นต์ จะมีการอัปเดตเมื่อคุณเปลี่ยนค่าในช่องพารามิเตอร์

ตัวอย่าง:

  • ถ้าหากคุณเทรด $50 ของหุ้น Royal Mail ด้วยเลเวอเรจ 1:5 บน eToro ค่าธรรมเนียมทางการเงินรายวันจะเป็น $0.04 ถ้าหากโพซิชั่นถูกเปิดไว้ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ คุณจะจ่ายเพิ่ม $0.13
  • ถ้าหากเราเพิ่มเงินที่ทำการเทรดจาก $50 เป็น $500 ค่าธรรมเนียมรายวันและรายสัปดาห์จะเป็น $0.44 และ $1.32 ตามลำดับ

ด้วยการใช้โบรกเกอร์ FCA ที่มีความโปร่งใสเช่น eToro เพื่อทำการเทรดด้วยเลเวอเรจ คุณจะมองเห็นได้ว่าค่าธรรมเนียมทางการเงินแบบข้ามคืนของคุณจะเป็นเท่าใด

ความแตกต่างระหว่างมาร์จิ้นและเลเวอเรจ

เมื่อค้นหาโบรกเกอร์ที่ดีที่สุดที่มีเลเวอเรจสูงในไทย คุณจะพบกับคำว่า ‘มาร์จิ้น’ ทั้งเลเวอเรจและมาร์จิ้นมีการนำมาใช้สลับกันอยู่บ่อยครั้ง แต่คำทั้งสองมีความแตกต่างกันเล็กน้อย

อธิบายคร่าวๆ คือ:

  • เลเวอเรจหมายถึงจำนวนเงินที่คุณต้องการเพิ่มจากเงินทุนของคุณ ตัวอย่างเช่น เลเวอเรจ 1:5 จะเปลี่ยนเงิน £100 ให้เป็น £500
  • อย่างไรก็ตามมาร์จิ้นหมายถึงจำนวนเงินทุนที่คุณต้องรักษาไว้เพื่อคงระดับเลเวอเรจที่ต้องการ จากตัวอย่างด้านบนนี้ มาร์จิ้นของคุณคือ £100 สำหรับการรักษาระดับการเทรด £500 ที่ 1:5

การทำความเข้าใจเกี่ยวกับมาร์จิ้นถือเป็นเรื่องสำคัญมากเมื่อใช้งานโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ที่มีเลเวอเรจสูง – เนื่องจากสิ่งนี้จะเป็นตัวกำหนดจุด ‘การถูกบังคับปิดโพซิชั่น’

ด้วยการโดนบังคับปิดโพซิชั่นโดยโบรกเกอร์ที่มีเลเวอเรจสูง หมายความว่าแพลตฟอร์มจะทำการปิดการเทรดของคุณโดยอัตโนมัติเมื่อมูลค่าปรับตัวลงระดับหนึ่ง

  • จากตัวอย่างข้างต้นนี้ การเทรดด้วยเลเวอเรจ 1:5 ของคุณต้องใช้มาร์จิ้น £100 – ซึ่งเท่ากับ 20% ของโพซิชั่น £500
  • ถ้าหากโพซิชั่นของคุณปรับตัวไปในทิศทางตรงกันข้ามมากกว่า 20% คุณจะถูกบังคับปิดโพซิชั่น
  • จากเลเวอเรจที่คุณเลือก โบรกเกอร์ฟอเร็กซ์จะเก็บมาร์จิ้น £100 ของคุณไป – หมายความว่าคุณจะสูญเสียเงินทั้งหมด

นี่จึงเป็นเหตุผลที่คุณจะต้องระมัดระวังเมื่อใช้เลเวอเรจสูงกับโพซิชั่นเทรดของคุณซึ่งทำให้ FCA มีความเข้มงวดในการจำกัดเลเวอเรจสำหรับลูกค้ารายบุคคล

ข้อพิจารณาอื่นๆ สำหรับการเลือกโบรกเกอร์เลเวอเรจสูง

มันเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องทราบว่าคุณไม่ควรเลือกโบรกเกอร์เพียงเพราะพวกเขามีเลเวอเรจสูง ในทางกลับกันคุณควรพิจารณาสิ่งต่างๆ เช่น:

  • โบรกเกอร์ที่มีเลเวอเรจสูงรองรับสินทรัพย์ใดบ้าง?
  • โบรกเกอร์มีการคิดค่าธรรมเนียมและค่าคอมมิชชั่นเท่าใด?
  • โบรกเกอร์ที่มีเลเวอเรจสูงมีการกำกับดูแลจาก FCA หรือหน่วยงานทางการเงินอื่นหรือไม่?
  • โบรกเกอร์ที่มีเลเวอเรจสูงรับวิธีการจ่ายเงินใดบ้าง?
  • โบรกเกอร์ที่มีเลเวอเรจสูงเหมาะสำหรับมือใหม่หรือไม่?

คุณอาจจินตนาการได้ว่ามีหลายสิ่งที่ต้องพิจารณาเมื่อหาโบรกเกอร์ที่ดีที่สุดที่มีเลเวอเรจสูงตามความต้องการของคุณ ดังนั้นถ้าหากคุณมีเวลาไม่มากในการหาผู้ให้บริการ เราพบว่า eToro ผ่านหลักเกณฑ์ในหลายๆ ส่วนทั้งด้านความเป็นมิตรต่อผู้ใช้งาน, ไม่มีค่าคอมมิชชั่น, ตลาดที่รองรับ และการกำกับดูแล

วิธีการเริ่มต้นกับโบรกเกอร์ที่มีเลเวอเรจสูง

ถ้าหากคุณพร้อมสำหรับการเริ่มต้นเทรดกับโบรกเกอร์ที่มีเลเวอเรจสูงแล้วและคุณเข้าใจถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องแล้ว เราจะพาคุณมารู้จักกับกระบวนการที่ eToro ซึ่งโบรกเกอร์ที่มีการกำกับดูแลจาก FCA แห่งนี้จะมีเลเวอเรจสูงสุด 1:30 นับตั้งแต่ที่คุณเริ่มเปิดบัญชีซึ่งใช้เวลาน้อยกว่า 10 นาที

ขั้นตอนที่ 1: เปิดบัญชีและอัปโหลดบัตรประจำตัว

สำหรับการเริ่มต้น โปรดไปที่เว็บไซต์ของ eToro และคลิกที่ปุ่ม ‘เข้าร่วมในตอนนี้’

67% ของนักลงทุนรายบุคคลเกิดการขาดทุนเมื่อซื้อขาย CFDs ที่เว็บไซต์นี้

คุณจะต้องกรอกข้อมูลส่วนบุคคลและรายละเอียดการติดต่อบางส่วนซึ่งประกอบไปด้วย:

  • ชื่อและนามสกุล
  • ที่อยู่
  • วันเกิด
  • หมายเลขโทรศัพท์
  • อีเมล
  • หมายเลขประกันสังคม
  • ชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่าน

ขั้นตอนที่ 2: ยืนยันตัวตน

ตามที่เราได้พูดถึงในคู่มือนี้ การเทรดออนไลน์มีการกำกับดูแลอย่างเข้มงวดภายในสหราชอาณาจักร เนื่องจาก eToro ได้รับอนุญาตและมีการกำกับดูแลจาก FCA แพลตฟอร์มแห่งนี้จึงขอให้คุณอัปโหลดเอกสารบางอย่าง

ประกอบไปด้วย:

  • หนังสือเดินทางหรือใบอนุญาตขับขี่ที่ยังไม่หมดอายุ
  • บิลเรียกเก็บเงินค่าสาธารณูปโภคหรือรายการเดินบัญชีธนาคาร (ออกไม่เกิน 3 เดือน)

คุณสามารถอัปโหลดเอกสารเหล่านี้ได้ในภายหลังถ้าหากคุณยังไม่มีเอกสารดังกล่าว อย่างไรก็ตามคุณจะต้องอัปโหลดเอกสารก่อนที่คุณจะสามารถถอนเงินหรือฝากเงินมากกว่า $2,250

ขั้นตอนที่ 3: เพิ่มเงินไปยังบัญชีเทรดของคุณ

ในตอนนี้คุณจะต้องเพิ่มเงินไปยังบัญชี eToro ของคุณ

เงินฝากขั้นต่ำคือ $200 และคุณสามารถเลือกวิธีการจ่ายเงินได้ดังนี้:

  • บัตรเดบิต/เครดิต (Visa, MasterCard, Maestro)
  • Paypal
  • Skrill
  • Neteller
  • โอนเงินทางธนาคาร

ขั้นตอนที่ 4: หาสินทรัพย์

ในตอนนี้คุณสามารถหาสินทรัพย์ที่คุณต้องการเทรดด้วยเลเวอเรจได้แล้ว ในตัวอย่างของเราเราจะหาคู่ฟอเร็กซ์ตัวหลัก GBP/USD ซึ่งมาพร้อมกับเลเวอเรจสูงสุด 1:30

67% ของนักลงทุนรายบุคคลเกิดการขาดทุนเมื่อซื้อขาย CFDs ที่เว็บไซต์นี้

ถ้าหากคุณไม่ทราบว่าคุณต้องการเทรดสินทรัพย์ใด หรือคุณไม่พบสินทรัพย์ที่คุณต้องการจากพื้นที่การค้นหา คุณสามารถคลิกที่ปุ่ม ‘Trade Markets’ (ด้านซ้ายของแดชบอร์ด) แล้วคุณสามารถเลือกตลาดต่างๆ ที่มีให้บริการที่ eToro ด้วยการเลือกที่คลาสของสินทรัพย์ – เช่น หุ้น หรือ ETFs

ขั้นตอนที่ 5: ส่งคำสั่ง

เมื่อคุณคลิกที่ปุ่ม ‘Trade’ ที่อยู่ถัดจากตลาดที่คุณเลือก คุณจะพบกับช่องส่งคำสั่ง

ที่นี่คุณจะต้องเลือกว่าจะส่งคำสั่งซื้อหรือขาย – ขึ้นอยู่กับว่าคุณคิดว่าตลาดจะไปทางไหน และที่นี่คุณจะได้เลือกจำนวนเงินและเลเวอเรจที่ต้องการเทรด

ที่ตัวอย่างด้านบนนี้คุณจะพบว่าเราใช้เงิน $50 สำหรับโพซิชั่นนี้ด้วยเลเวอเรจ x30 นั่นหมายความว่าโพซิชั่นนี้มีมูลค่า $1,500

ในการส่งคำสั่งเทรดที่ใช้เลเวอเรจและไม่มีค่าคอมมิชชั่นบน eToro – คลิกที่ปุ่ม ‘Open Trade’

สรุป

ถ้าหากคุณอยู่ในประเทศไทยและกำลังมองหาโบรกเกอร์ที่ดีที่สุดที่มีเลเวอเรจสูง – คุณอาจพบกับอุปสรรคนั่นคือลูกค้ารายบุคคลสามารถมีเลเวอเรจได้จำกัดตามที่ FCA อนุญาต เว้นแต่ว่าคุณจะเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพหรือคุณเลือกที่จะใช้โบรกเกอร์เลเวอเรจสูงจากต่างประเทศ

เมื่อนำสิ่งต่างๆ เหล่านี้มาพิจารณา เราพบว่า eToro เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดที่มีอยู่ ลูกค้ารายบุคคลชาวไทยไม่เพียงแค่มีเลเวอเรจได้สูงสุด 1:30 เท่านั้นแต่ยังไม่ต้องจ่ายค่าคอมมิชชั่นสำหรับการเทรดทั้งหมด อีกทั้งการเริ่มต้นบนแพลตฟอร์มที่มีการกำกับดูแลจาก FCA จะใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้นและคุณจะสามารถฝากเงินได้ทันทีด้วยบัตรเครดิต/เดบิตหรือ e-wallet!

eToro – โบรกเกอร์ที่ดีที่สุดที่มีเลเวอเรจสูงในไทยที่มีค่าคอมมิชชั่น 0%

67% ของนักลงทุนรายบุคคลเกิดการขาดทุนเมื่อซื้อขาย CFDs ที่เว็บไซต์นี้

คำถามที่พบบ่อย

เทรดเดอร์ชาวไทยสามารถใช้เลเวอเรจได้เท่าใด?

ตามหลักเกณฑ์ที่ FCA ได้กำหนดไว้ ลูกค้ารายบุคคลชาวไทยสามารถใช้เลเวอเรจได้สูงสุด 1:30 เมื่อเทรด CFDs คุณจะสามารถใช้เลเวอเรจได้ต่ำกว่านี้สำหรับสินทรัพย์ตัวอื่นๆ ตัวอย่างเช่น คุณสามารถเทรดทองคำได้ด้วยเลเวอเรจสูงสุด 1:20 ส่วนหุ้นจะถูกจำกัดไว้ที่ 1:5

ฉันจะสามารถมีเลเวอเรจที่สูงขึ้นได้อย่างไร?

ถ้าหากคุณต้องการเลเวอเรจที่สูงกว่าที่ FCA ได้อนุญาต คุณสามารถลองเปิดบัญชีเทรดมืออาชีพได้กับโบรกเกอร์ที่คุณเลือก อย่างไรก็ตามคุณจะต้องผ่านหลักเกณฑ์บางอย่าง เช่น ทำการเทรดอย่างน้อย 10 ครั้งต่อไตรมาส 4 ไตรมาสติดต่อกัน

โบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ที่ดีที่สุดที่มีเลเวอเรจสูงคือโบรกเกอร์ใด?

eToro เป็นหนึ่งในโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ที่ดีที่สุดที่มีเลเวอเรจสูงในไทย แพลตฟอร์ม FCA มีคู่สกุลเงินมากกว่า 50 คู่ และไม่มีค่าคอมมิชชั่น อีกทั้งยังมีเลเวอเรจสูงสุด 1:30

โบรกเกอร์แห่งใดมีเลเวอเรจสูงสุด?

Libertex มีเลเวอเรจสูงสุด 1:600 อย่างไรก็ตามเลเวอเรจนี้มีให้เฉพาะลูกค้ามืออชีพเท่านั้น FinxmaxFX มีเลเวอเรจสูงสุด 1:200 สำหรับลูกค้ารายบุคคลแต่โบรกเกอร์นี้ตั้งอยู่ในต่างประเท

ฉันต้องคำนึงถึงค่าธรรมเนียมเลเวอเรจใดบ้าง?

ค่าธรรมเนียมเลเวอเรจที่สำคัญที่สุดที่ควรพิจารณาคือค่าธรรมเนียมการถือข้ามคืน ค่าธรรมเนียมนี้จะมีการคิดในแต่ละวันที่คุณเปิดโพซิชั่นด้วยเลเวอเรจ

About prakit
About prakit

คุณประกิต ไชยสาร เป็นนักเขียน, นักวิเคราะห์ และนักลงทุนที่อยู่ในกรุงเทพฯ ประเทศไทย เขาเป็นนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์ และเป็นเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปีในตลาดการเงิน เขามีความเชี่ยวชาญด้านการเดย์เทรดและการลงทุนระยะยาว

Scroll Up