trading platform TH
Search TradingPlatforms
Home » ลงทุนในหุ้น

คุณเป็นอีกคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยและกำลังมองหาคำแนะนำสำหรับวิธีการซื้อหุ้นเป็นครั้งแรกใช่หรือไม่?

ในคู่มือสำหรับนักลงทุนมือใหม่นี้ เราจะให้คำแนะนำทั้งหมดที่คุณต้องทราบเกี่ยวกับวิธีการซื้อหุ้นในไทย โดยเราจะพูดถึงวิธีการเลือกโบรกเกอร์สำหรับการซื้อขายหุ้นที่ได้รับอนุญาตและมีการควบคุมค่าธรรมเนียมที่เป็นธรรม รวมถึงวิธีการวางคำสั่งซื้อหุ้นในครั้งแรกของคุณและให้คำแนะนำในการเลือกหุ้นที่เหมาะสมกับคุณ

Contents

วิธีการลงทุนในหุ้น

  1. เลือกโบรกเกอร์ – ที่ eToro คุณสามารถเทรดหุ้นได้โดยไม่มีค่าคอมมิชชั่น
  2. เปิดบัญชี
  3. ฝากเงินเข้าบัญชี
  4. เลือกหุ้นที่คุณต้องการ
  5. eToro นำเสนอการซื้อหุ้นหรือลงทุนในหุ้นผ่าน CFD ที่คุณสามารถทำการซื้อหรือขายได้ด้วยตนเอง และยังใช้เลเวอเรจในการเทรดได้ด้วย

วิธีในการซื้อหุ้น – เลือกโบรกเกอร์ที่ใช่สำหรับคุณ

ก่อนที่คุณจะทำการซื้อหุ้น คุณต้องเลือกโบรกเกอร์ชั้นนำสำหรับการลงทุนในหุ้นเสียก่อน เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เราได้แสดงรายชื่อโบรกเกอร์ที่ดีที่สุดในไทยไว้ด้านล่าง พร้อมรายละเอียดค่าธรรมเนียมและคุณสมบัติทั้งหมด คุณยังสามารถป้อนจำนวนเงินที่คุณวางแผนจะลงทุนและจำนวนครั้งในการซื้อขายเพื่อคำนวณว่าแต่ละโบรกเกอร์จะมีค่าใช้จ่ายเท่าใดสำหรับการลงทุนนั้น ๆ !

วิธีในการซื้อหุ้น– คำแนะนำในแต่ละขั้นตอนสำหรับปี 2021

คำแนะนำในแต่ละขั้นตอนเกี่ยวกับวิธีการซื้อหุ้นนี้อ้างอิงจาก eToro ซึ่งเป็นโบรกเกอร์ในการซื้อขายหลักทรัพย์ที่ได้รับการแนะนำและได้รับการควบคุม โดยกระบวนการนี้อาจจะคล้ายกับโบรกเกอร์ส่วนใหญ่ และหากคุณพอใจกับข้อมูลทั้งหมดในหน้านี้คุณสามารถลงทะเบียนใช้งานได้โดยใช้แบบฟอร์มด้านล่าง

1. เปิดบัญชีกับ eToro ในวันนี้ – จ่ายค่าคอมมิชชั่นสำหรับการซื้อขายหุ้น 0%

ในการสร้างบัญชี eToro จะมีการขอให้คุณป้อนข้อมูลส่วนบุคคลของคุณเช่น:

  • ชื่อเต็ม
  • ที่อยู่
  • วันเกิด
  • รายละเอียดการติดต่อ

คุณจะต้องเลือกชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่านที่คาดเดาได้ยาก

2. อัปโหลด ID

คุณสามารถฝากเงินไปยัง eToroได้มากถึง $ 2,000 โดยที่ม่ต้องอัปโหลด ID แต่หากคุณต้องการฝากเงินเพิ่มคุณจะต้องมีการยืนยันบัญชีของคุณ เนื่องจาก eToro อยู่ภายใต้การควบคุมของ Financial Conduct Authority

คุณต้องอัปโหลดสำเนาหนังสือเดินทาง / ใบขับขี่และหลักฐานที่อยู่ ซึ่งอาจเป็นใบแจ้งยอดบัญชีธนาคารล่าสุดหรือใบเรียกเก็บเงินค่าสาธารณูปโภค โดยในทันทีที่คุณอัปโหลดเอกสาร ทาง Toro จะตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารให้คุณภายในเวลาไม่กี่นาที

3. ฝากเงิน

ที่ eToro คุณจะต้องมียอดฝากขั้นต่ำ 200 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 160 ปอนด์) โดยวิธีการชำระเงินที่รองรับได้แก่ บัตรเดบิต/เครดิต การโอนเงินผ่านธนาคารและ e-wallets เช่น PayPal, Neteller และ Skrill

ดังที่เราได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่าเงินฝากที่ eToro ทั้งหมดจะถูกแปลงเป็นดอลลาร์สหรัฐ โดยมีค่าธรรมเนียม 0.5% และจากนั้นคุณจะสามารถเข้าถึงตลาดการเงินกว่าสิบแห่งได้ทันทีทั้งในไทยและต่างประเทศ

4. ซื้อหุ้น

เมื่อบัญชี eToro ของคุณมีเงินทุนในบัญชีแล้วคุณก็สามารถซื้อหุ้นแรกของคุณได้ทันที ซึ่งในตัวอย่างของเรา เราต้องการซื้อหุ้น BP ด้วยเหตุนี้เราจึงป้อน “BP” ลงในช่องค้นหาที่ด้านบนสุดของหน้าจอจากนั้นคลิกที่ “TRADE” แต่หากคุณยังไม่ตัดสินใจว่าจะซื้อหุ้นใดให้คลิกที่ปุ่ม “TRADE MARKETS” และเรียกดูคลังหุ้นของ eToro

ก่อนที่เราจะสามารถซื้อหุ้นในบริษัทที่เราเลือกได้ เราต้องตั้งค่า “buy order” ดังที่คุณเห็นจากภาพหน้าจอด้านล่าง ซึ่งราคาปัจจุบันของ BP ในตลาดคือ 305.60p ซึ่งราคานี้จะเปลี่ยนแปลงไปในวินาทีต่อวินาที อย่างไรก็การป้อนจำนวนเงินที่เราต้องการลงทุนต้องอยู่ในรูปแบบสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ เช่นตัวอย่างของเราที่กำลังมีการซื้อหุ้น BP มูลค่า 500 เหรียญ
หมายเหตุ – เรากำลังซื้อสินทรัพย์อ้างอิงซึ่งต่างจากการใช้เลเวอเรจและซื้อขายหุ้นเช่น cfd

เรียนรู้วิธีการซื้อหุ้นขั้นพื้นฐานในไทย

ในขั้นตอนของการดำเนินการลงทุนให้เสร็จสมบูรณ์เราต้องคลิกที่ “OPEN TRADE” และภายในไม่กี่วินาทีต่อมาคำสั่งซื้อของเราก็จะถูกดำเนินการทันที นั่นหมายความว่าเราเพิ่งซื้อหุ้น BP ไปโดยที่ไม่มีค่าคอมมิชชั่น เพียงแค่สี่ขั้นตอนง่ายๆแค่นี้คุณก็จะสามารถเรียนรู้วิธีการลงทุนหุ้นในประเทศไทยแล้ว!

ด้วยตัวเลือกที่หลากหลายของการซื้อขายหุ้นในไทยในปัจจุบัน ทำให้คุณสามารถซื้อขายหุ้นทั่วโลกได้หลายพันรายการแค่กดคลิกปุ่มเพียงแค่ครั้งเดียว สิ่งที่คุณต้องมีก็เพียงโบรกเกอร์ซื้อขายหลักทรัพย์ออนไลน์ที่เชื่อถือได้

ในขณะนี้มีโบรกเกอร์ซื้อขายหุ้นในไทยหลายร้อยรายที่แข่งขันกันกันในธุรกิจนี้ นำมาซึ่งการแข่งขันในด้านค่าธรรมเนียมและค่าคอมมิชชั่นที่ไม่เคยมีการแข่งขันสูงขนาดนี้มาก่อน และยังมีแพลตฟอร์มการซื้อขายหุ้นในไทยบางแห่งที่ช่วยให้คุณสามารถซื้อหุ้นได้โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการซื้อขายใด ๆ อีกด้วย

อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการเรียนรู้เกี่ยวกับวิธีการซื้อหุ้นในไทยก็คือการเรียนรู้พื้นฐานที่เกี่ยวกับวิธีการทำงานของหุ้น, เส้นทางการลงทุนและกฎทางภาษเมื่อเทียบกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่จะได้รับ กาทำความเข้าใจในปัจจัยขั้นพื้นฐานต่าง ๆ จะช่วยให้คุณสามารถลดข้อผิดพลาดที่มีค่าใช้จ่ายที่สูงได้ แบ่งปันเคล็ดลับยอดนิยม: เมื่อคุณซื้อหุ้นในบริษัทนั้น ๆ แล้วพวกเขาจะต้องส่งใบหุ้นให้คุณภายในสองเดือน

หุ้นคืออะไร?

เมื่อบริษัทตัดสินใจเข้าสู่ ‘สาธารณะ’ หมายความว่าบริษัทจะต้องเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ในทางกลับกันสิ่งนี้จะช่วยให้นักลงทุนรายวันสามารถซื้อหุ้นในบริษัทนั้นได้ ซึ่งคุณจะเป็นเจ้าของหุ้นของบริษัทที่คุณลงทุนตามสัดส่วนของจำนวนหุ้นที่คุณถือครอง

มูลค่าของหุ้นจะถูกกำหนดโดยกลไกตลาดกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ หากมีผู้ซื้อมากกว่าผู้ขายราคาหุ้นจะเพิ่มขึ้นเมื่อเป็นเช่นนั้นมูลค่าการลงทุนของคุณจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

หากมีผู้ขายมากกว่าผู้ซื้อก็จะมีผลในทางตรงกันข้ามนั่นหมายความว่า มูลค่าหุ้นของคุณจะลดลง แต่ในฐานะผู้ถือหุ้นของบริษัทเองคุณจะยังได้รับสิทธิประโยชน์อื่น ๆ มากมาย

การขายหุ้น

ผู้ลงทุนนั้นมีสิทธิในการรับเงินปันผลและมีความสามารถในการลงคะแนนเสียงในการประชุมสามัญประจำปี (AGMs) นอกจากนี้คุณสามารถขายหุ้นได้ตลอดเวลาในช่วงเวลาทำการของตลาด ปกติแล้วเงินที่คุณได้รับคืนจะเป็นเงินสดจะ ขึ้นอยู่กับจำนวนหุ้นที่คุณถือเทียบกับราคาหุ้นปัจจุบันของบริษัท เราขอแนะนำให้คุณบุ๊กมาร์กหน้าคำศัพท์เกี่ยวกับหุ้นของเราในขณะที่คุณทำการซื้อหุ้นครั้งแรก

คุณสามารถสร้างเงินได้เท่าใดจากการลงทุนในหุ้นเท่าไหร่?

หากคุณต้องการทราบว่าตอนนี้คุณมีความสามารถในการสร้างรายได้จากการซื้อขายหุ้นได้มากน้อยเพียงใด ลองใช้เครื่องมือคำนวณการลงทุนของเรา โปรดจำไว้ว่าหุ้นในอดีตมักจะให้ผลตอบแทน 6% -7% ต่อปี

วิธีการสร้างรายได้จากหุ้น:

ซึ่งสามารถทำได้ในสามวิธี ได้แก่ กำไรจากส่วนต่างราคา, เงินปันผลและการเติบโตของพอร์ตแบบทบต้น

1. กำไรจากส่วนต่างราคา

หากมูลค่าหุ้นของคุณสูงกว่าราคาที่คุณจ่ายในตอนแรกจะเรียกว่า “กำไรจากส่วนต่างราคา”

ตัวอย่างเช่น:

  • สมมติว่าคุณซื้อหุ้น 1,000 หุ้นใน BP ที่ 350p ต่อหุ้น
  • ซึ่งหมายความว่าเงินลงทุนทั้งหมดของคุณที่ใช้จะอยู่ที่ 3,500 ปอนด์
  • ห้าปีต่อมาหุ้น BP มีราคา 450p ต่อหุ้น
  • คุณพอใจกับผลกำไรของคุณจึงตัดสินใจที่จะขายหุ้น
  • คุณจะได้กำไร 100p ต่อหุ้น (450p-350p) และหุ้นจำนวน 1,000 หุ้นของคุณนั้นจะ สามารถทำกำไรได้ทั้งหมด 1,000 ปอนด์

กำไร 1,000 ปอนด์นี้เรียกว่ากำไรจากส่วนต่างราคา

2. เงินปันผล

คุณยังจะมีโอกาสได้รับเงินจากหุ้นในรูปของเงินปันผล เพราะในขั้นพื้นฐานนั้นมีการอนุญาตให้บริษัท ขนาดใหญ่แบ่งปันผลกำไรกับผู้ถือหุ้น

หากเป็นเช่นนั้นคุณจะมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งจากเงินที่ได้ลงทุนในหุ้น เงินปันผลที่คุณได้รับจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของบริษัทที่คุณทำการลงทุน และไม่ใช่หุ้นทุกตัวที่จะจ่ายเงินปันผล แต่หากมีการจ่ายเงินปันผลพวกเขามักจะจ่ายทุก 3 หรือ 6 เดือน

นี่คือวิธีการทำงานของหุ้นปันผล:

  • สมมติว่าคุณถือหุ้นจำนวน 500 หุ้นใน HSBC
  • บริษัทจ่ายเงินปันผลทุกสามเดือน
  • รอบนี้ HSBC ประกาศผลตอบแทนเงินปันผล 7%
  • จำนวนนี้คิดเป็นเงินอยู่ที่ 0.28 ปอนด์ต่อหุ้น
  • คุณถือ 500 หุ้นดังนั้นคุณจะได้รับทั้งหมด 140 ปอนด์ (0.28 x 500 หุ้น)

สิ่งที่ดีที่สุดเกี่ยวกับเงินปันผลคือ นี่เป็นรายได้อีกทางหนึ่งที่นอกเหนือจากผลกำไรจากการลงทุนของคุณ ในโลกแห่งอุดมคติคุณจะลงทุนในหุ้นที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นในขณะเดียวกันก็มีการจ่ายเงินปันผลเป็นประจำ!

แม้ว่าผลการดำเนินงานในอดีตไม่เคยเป็นตัวบ่งชี้ผลลัพธ์ในอนาคต แต่ด้านล่างนี้คุณจะพบกับผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีของ FTSE 100 ในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา

หากคุณต้องการผลการตอบแทนเหล่านี้ คุณจะต้องลงทุนใน ETF หรือกองทุนรวมที่ติดตาม FTSE 100

3. การเติบโตของพอร์ตแบบทบต้น

แทนที่จะทำการขายเมื่อหุ้นทำกำไรหรือถือไว้นานขึ้นเพื่อรับเงินปันผล แต่นักลงทุนอีกหลายคนกลับใช้วิธีการเพิ่มการลงทุนซ้ำในสินทรัพย์เดิมเพื่อสร้างผลตอบแทนที่มากขึ้นเมื่อระยะเวลาผ่านไป สิ่งเหล่านี้เรียกว่าการเติบโตของพอร์ตแบบทบต้น การถือหุ้นไว้เป็นเวลานานและการลงทุนใหม่อย่างต่อเนื่องจะทำให้คุณได้รับผลตอบแทนที่คุณเห็นได้ว่ามีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

ลองมาดูตัวอย่างวิธีการทำงานของการเติบโตแบบทบต้น:

  • คุณลงทุนเป็นเงิน 100 ปอนด์ต่อเดือนในสินทรัพย์ที่มีผลตอบแทน 6%
  • หากคุณทำสิ่งนี้เป็นเวลา 10 ปีคุณจะต้องลงทุน 13,200 ปอนด์และมีเงิน 18,915 ปอนด์
  • หากคุณทำสิ่งนี้เป็นเวลา 20 ปีคุณจะต้องลงทุน 25,200 ปอนด์และมีเงิน 50,640 ปอนด์
  • หากคุณทำสิ่งนี้มา 40 ปีคุณจะต้องลงทุน 49,200 ปอนด์และมีเงิน 209,201 ปอนด์

เหตุผลที่การลงทุนของคุณเติบโตในลักษณะนี้เป็นเพราะคุณได้รับผลกำไรจากการลงทุนซ้ำจากการลงทุนเดิมของคุณ ซึ่งหมายความว่าในแต่ละปีคุณจะได้ผลตอบแทนมากขึ้นจากการลงทุนในครั้งแรกและผลกำไรแบบทบต้นของคุณจากการลงทุนซ้ำ

การเติบโตแบบทบต้นนี้ต้องใช้ความอดทนอย่างมากเนื่องจากผลกำไรเริ่มต้นมีจำนวนเล็กน้อยเท่านั้น แต่ในระยะยาวก็อาจมีผลกำไรสูงที่ได้ แน่นอนว่าคุณต้องคำนึงถึงความผันผวนของอัตราเงินเฟ้อและค่าธรรมเนียมด้วย และหากคุณลงทุนได้ถูกวิธีการเลือกผลตอบแทนแบบทบต้นนี้อาจเป็นวิธีที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งในการเพิ่มพูนความมั่งคั่งของคุณผ่านหุ้นก็เป็นได้

สิ่งที่ต้องพิจารณาก่อนซื้อหุ้นบริษัท

แม้ว่าตลาดหุ้นจะมีผลการดำเนินงานที่ดีในอดีตแต่ก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้นในทุกบริษัท ในทางตรงกันข้ามในปัจจุบัยบริษัทหลายแห่งทั้งในไทยและในต่างประเทศมีมูลค่าเพียงเศษเสี้ยวของมูลค่าสูงสุดที่เคยมีมาก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีนี้กับธนาคารหลาย ๆ แห่งในอังกฤษ เช่น HSBC และ Natwest ที่ไม่เคยฟื้นตัวจากวิกฤตการเงินในปี 2551ได้อย่างแท้จริง

เมื่อคำนึงถึงปัจจัยเหล่านี้แล้ว ด้านล่างนี้คุณจะพบกับการแบ่งปันเคล็ดลับที่มีประโยชน์ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถลดความเสี่ยงได้เมื่อคุณทำการเรียนรู้วิธีการลงทุนในหุ้นไทยเป็นครั้งแรก

เคล็ดลับที่ 1: กระจายความเสี่ยงให้มากที่สุด

สรุปได้ว่าการกระจายความเสี่ยงนั้นคือการทำตรงกันข้ามกับการใส่การลงทุนทั้งหมดลงในสินทรัพย์เพียงตัวเดียว กล่าวคือแทนที่จะลงทุนในบริษัทหนึ่งหรือสองบริษัท แต่คุณสามารถทำให้พอร์ตโฟลิโอที่มีความหลากหลายด้วยการถือหุ้นหลายสิบตัว และไม่เพียงแค่นี้ แต่คุณควรจะลงทุนในบริษัทจากหลายภาคส่วนอีกด้วย เพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะไม่เปิดรับเฉพาะช่องทางใดช่องทางหนึ่งจนมากเกินไป ตัวอย่างเช่น สมมติว่าคุณมีเงิน 5,000 ปอนด์เพื่อลงทุนในตลาดหุ้น นักลงทุนที่ไม่มีประสบการณ์อาจใช้เงินทั้งหมด 5,000 ปอนด์เพื่อลงทุนในบริษัทเดียว

แต่นักลงทุนที่ฉลาดมักจะซื้อหุ้นในบริษัทต่าง ๆ ที่ครอบคลุมหลายภาคส่วน จำนวน 100 แห่งในราคา 50 ปอนด์ต่อแห่ง

เคล็ดลับที่ 2: เริ่มต้นด้วยเงินทุนที่ต่ำ

หากคุณไม่เคยเรียนรู้วิธีการลงทุนในหุ้นไทยมาก่อน การเริ่มต้นด้วยเงินลงทุนที่ต่ำอาจคุ้มค่ามากกว่า ซึ่งโบรกเกอร์การซื้อขายหุ้นในไทยที่ได้รับการควบคุมส่วนใหญ่ก็มักจะนำเสนอตัวเลือกในการลงทุนด้วยเงินขั้นต่ำซึ่งโดยปกติจะอยู่ในช่วง 100-200 ปอนด์ ในทางกลับกันคุณเองไม่จำเป็นต้องอัดฉีดยอดทั้งหมดลงในการซื้อขายเพียงครั้งเดียว

สำหรับแพลตฟอร์มบางแห่งเช่น eToro นั้นอนุญาตให้คุณสามารถลงทุนในหุ้นขั้นต่ำที่ 50 เหรียญ ด้วยการเริ่มต้นจากเงินจำนวนเล็กน้อยคุณจะสามารถสร้างความมั่นใจได้ว่านี่จะไม่ทำให้การเงินของคุณมีปัญหาอย่างแน่นอน

เคล็ดลับที่ 3: เรียนรู้วิธีการวิเคราะห์หุ้น

เมื่อคุณเรียนรู้วิธีการซื้อหุ้นสิ่งหนึ่งที่สำคัญสำหรับคุณที่จะต้องเรียนรู้คือวิธีการวิจัยวิเคราะห์หุ้น เราจะไม่ได้พูดถึงอะไรที่ซับซ้อนเกินไปเช่น การวิเคราะห์ทางเทคนิคหรือการอ่านกราฟ ในทางตรงกันข้ามเราเพียงต้องการตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้มีการติดตามการพัฒนาของตลาดตลาดที่สำคัญ ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อมูลค่าการลงทุนของคุณ

  • ตัวอย่างเช่น สมมติว่าคุณลงทุนใน Royal Mail เป็นเงินจำนวน 3,000 ปอนด์
  • หาก Royal Mail ประกาศว่ามีแผนที่จะลดงานหลายร้อยตำแหน่ง คุณคิดว่าสิ่งนี้จะส่งผลต่อราคาหุ้นอย่างไร?
  • ไม่ต้องสงสัยเลยว่าข่าวเชิงลบเช่นนี้น่าจะส่งผลให้ผู้ถือหุ้นเทขายออกไปจำนวนมาก
  • ซึ่งนั้นจะทำให้มูลค่าของหุ้นจะลดลง
  • ด้วยเหตุนี้หากคุณขายหุ้นในทันทีที่มีการประกาศข่าว คุณจะสามารถการลดการสูญเสียที่เกิดขึ้นได้และยังได้รับเงินคืนมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้อีกด้วย

ดังนั้นการสมัครรับการแจ้งเตือนข่าวสารด้วยแพลตฟอร์มของบุคคลที่สามจึงอาจจะมีความคุ้มค่า ตัวอย่างเช่น Yahoo! Finance ที่ช่วยให้คุณสามารถเพิ่มบริษัทที่ต้องการลงทุนลงในพอร์ตโฟลิโอ จากนั้นคุณสามารถเลือกที่จะรับข่าวสารแบบเรียลไทม์เมื่อมีเรื่องราวที่เกี่ยวข้อง สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเคล็ดลับเกี่ยวกับหุ้นและการขายหุ้น โปรดศึกษาเพิ่มเติมในคู่มือการซื้อหุ้นที่ดีที่สุดของเรา

ตัวอย่างบางส่วนของวิธีการวิเคราะห์หุ้นที่ใช้กันอย่างแพร่หลายมีดังต่อไปนี้:

  • อัตราส่วนราคาต่อกำไร (Price-to-Earnings Ratio): อัตราส่วนราคาต่อกำไร (P / E) จะพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างรายได้ของบริษัทกับราคาหุ้น สิ่งนี้จะช่วยให้นักลงทุนตรวจสอบได้ว่าหุ้นนั้นมีมูลค่าต่ำกว่าหรือสูงเกินไป คุณเพียงแค่ต้องหารราคาหุ้นปัจจุบันกับกำไรต่อหุ้นของบริษัท คุณก็จะได้อัตราส่วนที่ต้องการ แม้ว่าจะมีตัวแปรอื่น ๆ อีกมากมายที่ต้องพิจารณา แต่ตลาดหุ้นหลัก ๆ ของสหรัฐฯก็ล้วนมีอัตราส่วนราคาต่อกำไรระหว่าง 13-15 โดยเฉลี่ย
  • อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน: อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนจะดูว่าบริษัทมีหนี้ที่มีความสัมพันธ์กับส่วนของผู้ถือหุ้นมากน้อยเพียงใด พูดง่ายๆก็คือทำให้คุณรู้ว่าบริษัทมีหนี้ในมือมากเกินไปหรือไม่ การคำนวณจะแสดงผลในค่าอัตราส่วนระหว่าง 0 ถึง 1 และยิ่งจำนวนสูงเท่าไหร่ก็ยิ่งแสดงว่าบริษัทนั้นมีหนี้มากยิ่งขึ้น (เมื่อเทียบกับขนาดของส่วนของผู้ถือหุ้น) คุณจำเป็นต้องประเมินประเภทของอุตสาหกรรมที่บริษัทกำลังดำเนินการอยู่เมื่อใช้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน เนื่องจากเป็นที่ยอมรับกันว่าบางภาคส่วนจำเป็นต้องมีภาระหนี้มากกว่าอุตสาหกรรมอื่น ๆ (เช่น บริษัทก่อสร้าง)

มีวิธีการวิเคราะห์พื้นฐานอื่น ๆ อีกมากมายที่ใช้โดยนักลงทุนมือโปร ซึ่งคุณสามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการเลือกหุ้นแบบ DIY ได้ที่นี่

เคล็ดลับที่ 4: พอร์ตการซื้อขายแบบคัดลอก

หากคุณมีความรู้เพียงเล็กน้อยหรือไม่มีความรู้เลยว่าหุ้นนั้นมีการทำงานอย่างไร คุณควรพิจารณาข้อดีของพอร์ตการซื้อขายแบบคัดลอก ซึ่งในแพลตฟอร์มที่เหมาะอย่างยิ่งกับมือใหม่เช่น eToro นั้นช่วยให้คุณสามารถทำการคัดลองการซื้อขายของนักลงทุนที่มีประสบการณ์ได้

ไม่เพียงแต่พอร์ตการลงทุนในปัจจุบันของพวกเขาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการลงทุนแต่ละครั้งที่ผ่านมาด้วย สิ่งที่สำคัญที่สุดคือคุณต้องตรวจสอบข้อมูลประจำตัวของเทรดเดอร์ก่อนที่คุณจะลงทุนตามเขาเหล่านั้นด้วยเงินของคุณ ทั้งนี้การคัดลอกการซื้อขายช่วยให้คุณสามารถลงทุนในหุ้นได้โดยไม่ต้องทำอะไรทั้งสิ้น ดังนั้นจึงเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่นักลงทุนรายใหม่

วิธีการเลือกโบรกเกอร์ในไทยสำหรับการลงทุนในหุ้น

ตอนนี้คุณรู้ในการวิธีซื้อหุ้นแล้ว แต่คุณมีโบรกเกอร์ที่เชื่อถือได้และตรงกับความต้องการในการลงทุนของคุณแล้วหรือไม่? ทั้งนี้ในตลาดมีโบรกเกอร์จำนวนมากหลากหลายและพวกเขาทั้งหมดล้วนแตกต่างกันในแง่ของสินทรัพย์ที่ซื้อขาย, ค่าธรรมเนียมและคุณสมบัติต่าง ๆ ดังนั้นคุณต้องใช้เวลาในการหาข้อมูลเกี่ยวกับแพลตฟอร์มต่าง ๆ ก่อนที่จะตัดสินใจใช้บริการกับโบรกเกอร์ที่ใดที่หนึ่ง

ปัจจัยที่สำคัญที่สุดบางประการที่คุณต้องระมัดระวัง ได้แก่ :

ระเบียบการดำเนินการทางการเงิน

ปัจจัยแรกและเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่คุณต้องพิจารณาก่อนใช้งานโบรกเกอร์หุ้นคือ การควบคุมโดย Financial Conduct Authority (FCA) หรือหน่วยงานกำกับดูแลอื่น ๆ เช่น CySEC, ASIC เป็นต้น เพื่อให้แน่ใจว่าคุณสามารถซื้อขายและแลกเปลี่ยนหุ้นภายใต้การคุ้มครองที่เหมาะสม

ตัวอย่างเช่น:

  • โบรกเกอร์ FCA ทั้งหมดจะต้องผ่านขั้นตอนการคัดเลือกที่เข้มงวด ก่อนที่จะสามารถให้บริการแก่เทรดเดอรในไทยได้อย่างถูกกฎหมาย
  • แพลตฟอร์มจะต้องมีการตรวจสอบโดย FCA เป็นประจำทุกไตรมาส
  • เงินทั้งหมดของลูกค้าจะต้องเก็บไว้ในบัญชีธนาคารที่แยกออกจากกัน นี่คือการป้องกันที่สำคัญเพราะมันหมายถึงการที่โบรกเกอร์จะไม่สามารถใช้เงินลงทุนของคุณเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนของตนเอง
  • บัญชีธนาคารที่แยกจากกันยังหมายความว่า หากเทรดเดอร์ประสบปัญหาทางการเงินเงินของคุณจะถูกปกป้องเป็นอย่างดี

สรุปแล้วอย่าพึ่งลงทะเบียนกับแพลตฟอร์มการซื้อขายหุ้นในไทยหากโบกเกอร์รายนั้นไม่ได้ถือใบอนุญาตของ FCA

วิธีการชำระเงินในไทย

เมื่อคุณประเมินสถานะการกำกับดูแลของโบรกเกอร์แล้ว คุณจะต้องสำรวจว่าโบรกเกอร์นั้นรองรับวิธีการชำระเงินแบบใด ในกรณีส่วนใหญ่แพลตฟอร์มการซื้อขายหุ้นในไทยจะยอมรับบัตรเดบิต / บัตรเครดิตและการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร ซึ่งแบบหลังนี้เหมาะสำหรับการฝากเงินจำนวนมากมากกว่า 10,000 ปอนด์

ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์ที่อาจใช้เวลา 1 ถึง 3 วันทำการสำหรับการโอนเงินผ่านธนาคารในบัญชีของคุณ แต่ถ้าคุณทำการโอนเงินผ่านธนาคารแบบทันทีพวกเขาจะได้รับเงินภายในสองชั่วโมง

โบรกเกอร์ซื้อขายหลักทรัพย์เช่น eToro ยังรองรับช่องทางการชำระเงินแบบ e-wallets: Skrill, Neteller และ Paypal ที่ให้ความสะดวกที่สุด

คุณสามารถซื้อหุ้นอะไรได้บ้างในไทย?

ดังที่เราได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ มีบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หลายหมื่นแห่งในหลากหลายตลาดหุ้น แต่ตลาดที่คุณจะสามารถเข้าถึงได้จะขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์ที่คุณสมัครใช้บริการด้วย ตัวอย่างเช่น ใน eToro, Plus500 และ IG คุณจะสามารถซื้อขายและซื้อขายหุ้นของบริษัท ต่าง ๆ ได้มากกว่า 10,000 บริษัท

ซึ่งรวมถึงหุ้นของบริษัทที่ระบุไว้ใน:

  • ตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน (สหราชอาณาจักร)
  • Alternative Investment Market (สหราชอาณาจักร)
  • NASDAQ (สหรัฐฯ)
  • ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (สหรัฐฯ)
  • ตลาดหลักทรัพย์โตเกียว (ญี่ปุ่น)
  • ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (ฮ่องกง)
  • และอื่น ๆ อีกมากมาย!

ทางที่ดีคุณควรเลือกโบรกเกอร์หุ้นที่ครอบคลุมทั้งในตลาดของไทยและตลาดต่างประเทศเพราะจะทำให้คุณมีโอกาสในการกระจายความเสี่ยงได้ดีที่สุด ตัวอย่างเช่น eToro ที่อนุญาตให้คุณซื้อหุ้นได้จาก 17 ตลาดที่แตกต่างกันทั่วโลก

ค่าธรรมเนียมและค่าคอมมิชชั่น

มีค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายหลายอย่างที่คุณต้องพิจารณาเมื่อคุณกำลังมองหาโบรกเกอร์ สำหรับการซื้อขายหุ้น ซึ่งรวมถึงค่าคอมมิชชั่น, ค่าธรรมเนียมบัญชีรายปีและค่าธรรมเนียมการถอนเงินอีกด้วย

ข่าวดีก็คือแพลตฟอร์มการซื้อขายหุ้นในไทยแห่งอนุญาตให้คุณซื้อหุ้นได้โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการซื้อขายหรือค่าธรรมเนียมรายปี เนื่องจากพวกเขาสร้างรายได้จากค่า “สเปรด” หรือค่าธรรมเนียมเพียงครั้งเดียวเมื่อคุณทำการฝากเงินครั้งแรก (เช่น eToro เรียกเก็บ 0.5%)

ซื้อหุ้นได้ที่ไหน – แพลตฟอร์มซื้อขายหุ้นในไทยดีที่สุดประจำปี 2021

การหาเวลาในการค้นคว้าข้อมูลเชิงลึกของโบรกเกอร์ซื้อขายหลักทรัพย์ออนไลน์อาจเป็นเรื่องที่ยาก ด้านล่างนี้คุณจะพบกับบัญชีซื้อขายหุ้นที่ดีที่สุด ที่ตรงตามข้อกำหนดต่าง ๆ สามารถทำหน้าที่เป็นผู้จัดการการลงทุนสำหรับหุ้นของคุณได้ และรวมถึงการมีใบอนุญาตจาก Financial Conduct Authority นอกจากนี้ยังที่รองรับการชำระเงินด้วยบัตรเดบิต / บัตรเครดิตของไทยและบัญชีธนาคาร ทั้งยังสามารถทำการซื้อและขายหุ้นได้ทั้งในไทยและต่างประเทศ

1. eToro – โบรกเกอร์สำหรับการซื้อขายหุ้นที่ดีสุดในไทย ในแง่ภาพรวม
(คอมมิชชั่น 0%)

eToro Logo eToro เป็นโบรกเกอร์หุ้นที่เราแนะนำ เนื่องจากที่นี่ทำให้คุณซื้อหุ้นได้มากกว่า 800 หุ้นโดยมีค่าคอมมิชชั่น 0% และ eToro รับเอาต้นทุนของอากรแสตมป์เพื่อให้ต้นทุนต่ำลงทำให้ที่นี่เป็นโบรกเกอร์ที่มีราคาถูกที่สุดแห่งหนึ่งในตลาด ในด้านความปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัย eToro เป็นโบรกเกอร์ที่ได้รับการควบคุมโดย FCA และเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่คนรุ่นมิลเลนเนียลที่เป็นนักลงทุนมือใหม่ ด้วยการฝากขั้นต่ำเพียง $ 200 เพื่อเริ่มต้นเปิดบัญชีที่แสนจะรวดเร็วและง่ายดายเป็นอย่างมาก

ที่ eToro คุณสามารถลงทุนในหุ้นบลูชิพของอังกฤษเช่น Tesco, BT และ Rolls Royce ตลอดจน ETF ที่เป็นหุ้นเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในสหราชอาณาจักรและหุ้นเทคโนโลยีที่กำลังมาแรงเช่น Amazon, Apple และ Tesla และอีกหนึ่งในเหตุผลหลักที่ eToro เป็นโบรกเกอร์ที่เราแนะนำเป็นอย่างยิ่งนั่นก็คือที่นี่ช่วยให้คุณสามารถซื้อและขายหุ้นได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซื้อขายใด ๆ เลย

หากคุณต้องการซื้อขายหุ้น CFD ที่นี่เองก็มีเลเวอเรจสูงสุด 1: 5 แต่คุณจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมที่เรียกว่าสเปรดในจำนวนเล็กน้อย โดยคุณสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างการซื้อหุ้นจริงและการซื้อขาย CFD ของหุ้นได้ที่นี่

eToro มีใบอนุญาตเต็มรูปแบบกับ FCA นอกจากนี้ยังได้รับใบอนุญาตในออสเตรเลีย (ASIC) และไซปรัส (CySEC) ดังนั้นคุณจึงจะได้รับการคุ้มครองตามกฎข้อบังคับในทั้งสามแห่ง

ในแง่ของการเริ่มต้นซื้อขายนั้นใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีเพื่อการเปิดบัญชีการลงทุน ซึ่งแพลตฟอร์มนี้ช่วยให้คุณสามารถฝากเงินได้ด้วยบัตรเดบิต / เครดิตในไทย หรือบัญชีธนาคารหรือกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ ด้วยยอดเงินฝากขั้นต่ำเพียง $ 200

เมื่อคุณทำการฝากเงินแล้ว เงินนั้นจะถูกแปลงเป็นดอลลาร์สหรัฐโดยมีค่าธรรมเนียมเล็กน้อยอยู่ที่ 0.5% ซึ่งจะช่วยให้คุณเข้าถึงตลาดต่างประเทศได้โดยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยนอีกต่อไป แต่หากคุณต้องการฝากเงินมากกว่า 2,000 ปอนด์ ทาง eToro มีข้อกำหนดให้คุณต้องส่งบัตรประจำตัวประกอบการฝากเงิน

แพลตฟอร์มนี้รองรับการลงทุนสูงสุดถึง 40,000 ปอนด์ต่อธุรกรรมและไม่จำกัดยอดเงินจากการโอนเงินผ่านธนาคาร ซึ่งจะทำให้คุณมีคุณสมบัติเป็นบัญชีวีไอพีและมีโอกาสได้พบปะแบบตัวต่อตัวที่สำนักงานใหญ่ในลอนดอน

ข้อดีอีกประการหนึ่งของ eToro คือฟังก์ชันการคัดลอกการซื้อขาย ที่ให้โอกาสคุณในการคัดลอกคำสั่งซื้อขายของนักลงทุนมืออาชีพและช่วยให้คุณสร้างพอร์ตการลงทุนที่เหมือนกับพวกเขาเหล่านั้นได้ แต่อย่างไรก็ตามคุณลักษณะนี้มาพร้อมกับค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม สำหรับภาพรวมโดยละเอียดโปรดดูในรีวิว eToro ของเรา

ข้อดี:

  • เป็นแบรนด์ที่ได้รับการควบคุมและได้รับความเชื่อถือจาก FCA
  • ซื้อหุ้นโดยไม่ต้องจ่ายค่านายหน้าหรือค่าธรรมเนียมการซื้อขาย
  • หุ้น1,000+ หุ้นที่จดทะเบียนในตลาดต่างประเทศหลายแห่ง
  • ฝากเงินด้วยบัตรเดบิต / เครดิต e-wallet หรือบัญชีธนาคารในสหราชอาณาจักร
  • ความสามารถในการคัดลอกการซื้อขายของผู้ใช้รายอื่น
  • บัญชี eToro ส่วนบุคคลที่คุณสามารถตั้งค่าการแจ้งเตือนราคาซื้อขาย

ข้อด้อย:

  • ไม่เหมาะสำหรับเทรดเดอร์มือโปรที่ชอบทำการวิเคราะห์ทางเทคนิค

67% ของนักลงทุนรายย่อยเสียเงินจากการเทรด CFDs ที่นี่

2. Capital.com - เทรดหุ้นมากกว่า 3,000+ รายการ!

new capital.com logo ถึงแม้ว่า Capital.com จะเป็นหนึ่งในโบรกเกอร์ซื้อขายหลักทรัพย์รายใหม่ แต่พวกเขาเติบโตอย่างรวดเร็วเนื่องจากข้อเสนอที่มีความสามารถในการแข่งขันที่สูง มีลูกค้ามากกว่า 780,000 รายทั่วโลก นำเสนอค่าธรรมเนียมที่ 0% สำหรับการซื้อและขาย รวมไปถึงการฝากและถอนของ Capital.com

นอกจากนี้โบรกเกอร์ยังมีตลาดมากกว่า 3,000 แห่งทั่วโลกที่คุณสามารถเข้าถึงการซื้อขายได้ รวมถึงหุ้นจากภูมิภาคต่างๆทั่วโลกเช่น สหรัฐอเมริกา, ยุโรป, สหราชอาณาจักร, เอเชียและอื่น ๆ

ด้วย Capital.com คุณสามารถซื้อขายผ่าน CFD ได้ ซึ่งหมายความว่าด้วยการซื้อขาย CFD คุณสามารถซื้อขายลอตใหญ่ได้ด้วยเงินฝากจำนวนเล็กน้อยเท่านั้น

Capital.com ยังให้ความอุ่นใจแกสมาชิกเนื่องจากได้รับอนุญาตและควบคุมโดย FCA และ CySEC ซึ่งหมายความว่าเงินของคุณมีความปลอดภัยในระดับสูงสุด

ค่าธรรมเนียมของ Capital.com:

ค่าคอมมิชชั่น 0%
ค่าธรรมเนียมการฝาก ฟรี
ค่าธรรมเนียมการถอน ฟรี
ค่าธรรมในกรณีไม่มีการใช้งานบัญชี ไม่มี

ข้อดี:

  • ควบคุมโดย FCA และ CySEC
  • ซื้อขายหุ้นได้มากกว่า 2,400+ หุ้นทั่วโลก
  • ค่าคอมมิชชั่น 0% สำหรับการซื้อและขาย
  • แพลตฟอร์มการซื้อขายบนเว็บที่ใช้งานง่าย
  • เงินฝากขั้นต่ำเพียง 20 USD

ข้อด้อย:

  • มีเฉพาะบัญชี CFD เท่านั้นที่เปิดให้บริการ

71.2% ของนักลงทุนรายย่อยเสียเงินจากการเทรด CFDs ที่นี่

3. AvaTrade - นำเสนอบัญชีซื้อขายหุ้นที่หลากหลาย

Trading 212 stock app ด้วย AvaTrade ผู้ใช้สามารถเข้าถึงแพลตฟอร์มการซื้อขายและประเภทบัญชีที่หลากหลาย ซึ่งรวมถึงการเดิมพันแบบสเปรด, การซื้อขายออปชั่น, การซื้อขาย CFD และบัญชีการซื้อขายแบบอิสลาม นอกจากนี้ยังมีแพลตฟอร์มสำหรับการซื้อขายอย่าง MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 อีกด้วย

ในขณะที่คุณสามารถซื้อขาย CFD ของหุ้นผ่านแพลตฟอร์ม ที่ AvaTrade คุณยังสามารถเข้าถึงตลาดทั่วโลกมากกว่า 1,250+ แห่งที่ครอบคลุมหุ้น, สินค้าโภคภัณฑ์, ดัชนีหุ้น, สกุลเงินและสกุลเงินดิจิทัลทั่วโลก

ที่ดีกว่าคือคุณสามารถซื้อขายได้โดยไม่มีค่าคอมมิชชั่น และโบรกเกอร์ยังอยู่ภายใต้การควบคุมในหกเขตอำนาจศาลที่แตกต่างกัน!

ค่าธรรมเนียมของ AvaTrade:

ค่าคอมมิชชั่น 0%
ค่าธรรมเนียมการฝาก ฟรี
ค่าธรรมเนียมการถอน ฟรี
ค่าธรรมในกรณีไม่มีการใช้งานบัญชี มีค่าธรรมเนียม $50 หลังจากไม่มีการใช้งานติดต่อกัน 3 เดือน

ข้อดี:

  • ควบคุมในหกเขตอำนาจศาลที่แตกต่างกัน
  • มีซื้อขายในตลาดมากกว่า 1,250+ แห่งทั่วโลก
  • ค่าคอมมิชชั่น 0% จ่ายเพียงแค่ค่าสเปรดและสว็อปเล็กน้อย
  • มีค่าธรรมเนียมการฝากหรือถอนเป็นศูนย์

ข้อด้อย:

  • มีค่าธรรมในกรณีไม่มีการใช้งานบัญชี

71% ของนักลงทุนรายย่อยเสียเงินจากการเทรด CFDs ที่นี่

4. Libertex – โบรกเกอร์สำหรับหุ้ย CFD Stock ที่มีค่าสเปรดเป็นศูนย์

ที่ Libertex ให้ข้อเสนอในการซื้อขายที่ไม่เหมือนใคร แทนที่จะเรียกเก็บค่าสเปรดแต่ที่นี่จะเรียกเก็บค่าคอมมิชชั่นเพียงเล็กน้อยสำหรับการซื้อและขายแทน! ด้วยข้อเสนอสเปรดเป็นศูนย์นี้มีความพิเศษและมีให้บริการสำหรับตลาดทั่วโลกมากกว่า 213+ แห่ง

ด้วย Libertex คุณสามารถซื้อขาย CFD ในหุ้นทั่วโลก, สกุลเงิน, สินค้าโภคภัณฑ์, สกุลเงินดิจิทัล, ดัชนีหุ้นและอื่น ๆ นอกจากนี้พวกเขายังให้บริการหุ้นหลักในภาคส่วนที่น่าสนใจเช่น หุ้นกัญชาซึ่งโบรกเกอร์บางรายยังไม่สบายใจที่จะให้บริการในส่วนนี้

ในการซื้อขายหุ้นจะมีค่าคอมมิชชั่นตั้งแต่ 0% ถึง 0.5% แต่สำหรับบัญชีบางประเภทคุณจะได้รับส่วนลด 50% และทั้งหมดนี้ไม่มีค่าสเปรด!

ค่าธรรมเนียมของ Libertex :

ค่าคอมมิชชั่น 0%-0.5% สำหรับหุ้น
ค่าธรรมเนียมการฝาก ฟรี
ค่าธรรมเนียมการถอน 1 EUR สำหรับบัตรเครดิต/เดบิต, 1% สำหรับ Neteller และฟรีสำหรับSkrill
ค่าธรรมในกรณีไม่มีการใช้งานบัญชี 10 EUR หลังจาก 180 วัน

ข้อดี:

  • เทรดด้วยสเปรดเป็นศูนย์!
  • เข้าถึงสินทรัพย์ได้หลากหลายประเภท
  • ซื้อขายด้วยส่วนลดค่าคอมมิชชั่น 50%
  • แพลตฟอร์มเว็บที่ใช้งานง่าย

ข้อด้อย:

  • ให้บริการซื้อขายด้วย CDF เท่านั้น

เงินทุนของคุณมีความเสี่ยง

ข้อดีและข้อเสียของการลงทุนในหุ้น?

ข้อดี:

  • ในอดีตหุ้นให้ผลตอบแทน 5-8% ต่อปี ซึ่งดีกว่าธนาคาร
  • สภาพคล่องสูง คุณจะไม่ต้องรอเวลาเพื่อซื้อหุ้น
  • เพิ่มมูลค่าการลงทุนของคุณได้เมื่อหุ้นมีมูลค่าเพิ่มขึ้น
  • รับรายได้แบบพาสซีฟในรูปของเงินปันผล
  • ลดความเสี่ยงของคุณด้วยการสร้างพอร์ตการลงทุนที่หลากหลาย
  • แพลตฟอร์มการซื้อขายที่ระบุไว้ในไซต์นี้ได้รับการควบคุมที่น่าเชื่อถือ
  • โบรกเกอร์ซื้อขายหุ้นออนไลน์บางรายอนุญาตให้คุณซื้อหุ้นได้โดยไม่มีค่าคอมมิชชั่น
  • ฝากเงินได้อย่างง่ายดายด้วยบัตรเดบิต / เครดิตในไทย, e-wallet หรือบัญชีธนาคาร
  • การลงทุน 1,000 ปอนด์ใน Amazon ในปี 1997 มีมูลค่าถึง 2.5 ล้านปอนด์!

ข้อด้อย:

  • คุณอาจสูญเสียเงิน
  • คุณจะต้องเลือกการลงทุนของคุณเอง
  • ไม่มีรับประกันว่าหุ้นของคุณจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น

วิธีการซื้อหุ้น – บทสรุป

กระบวนการซื้อหุ้นในไทยมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา คุณไม่จำเป็นต้องพูดคุยเพื่อทำการสั่งซื้อและขายกับโบรกเกอร์ผ่านทางโทรศัพท์อีกต่อไป แต่คุณก็จะต้องเลือกแพลตฟอร์มซื้อขายหุ้นออนไลน์ที่มีการควบคุม และมีการให้บริการการฝากเงินด้วยบัตรเดบิต / เครดิตในไทย จากนั้นคุณก็สามารถเลือกซื้อที่คุณต้องการซื้อได้แล้ว เราขอแนะนำให้คุณลองใช้ eToro เนื่องจากที่นี่ผ่านการรับรองของ FCA และไม่มีค่าคอมมิชชั่นในการซื้อขาย

eToro – ซื้อหุ้นได้โดยไม่ต้องมีค่าคอมมิชชั่น

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนในหุ้นมีความเสี่ยงอย่างมากต่อการสูญเสียและไม่เหมาะสำหรับนักลงทุนทุกราย คุณควรพิจารณาวัตถุประสงค์การลงทุน, ระดับประสบการณ์และความเสี่ยงอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อหุ้น ที่สำคัญที่สุดอย่าลงทุนในจำนวนเงินที่มากกว่าที่คุณจะสามารถสูญเสียได้

คำถามที่พบบ่อย

คุณสามารถลงทุนในบริษัทต่างประเทศได้หรือไม่?

โบรกเกอร์สำหรับการซื้อขายหุ้นในไทยจำนวนมากช่วยให้คุณสามารถเข้าถึงบริษัททั้งในและต่างประเทศได้ โดยทั่วไปจะรวมถึง NASDAQ และ New York Stock Exchange โดยโบรกเกอร์เช่น eToro ก้าวไปอีกขั้นด้วยการให้คุณเข้าถึงตลาดที่มีสภาพคล่องน้อย ซึ่งรวมถึงตลาดในแคนาดา, ฮ่องกง, ฝรั่งเศสและแม้แต่ซาอุดีอาระเบีย!

ฉันสามารถใช้วิธีการชำระเงินแบบใดเพื่อซื้อหุ้นทางออนไลน์ในไทย?

โดยปกติแล้วคุณจะมีทางเลือกในการชำระเงินทั้งจากบัตรเดบิต / เครดิตหรือการโอนเงินผ่านธนาคารในสหราชอาณาจักร โบรกเกอร์บางแห่งยังรองรับ e-wallets

ฉันจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมอะไรบ้างเมื่อต้องการลงทุนในหุ้น?

โบรกเกอร์สำหรับการซื้อขายหุ้นในไทยส่วนใหญ่จะคิดค่าธรรมเนียมแบบคงที่สำหรับการซื้อขายในแต่ละครั้ง ซึ่งหมายความว่าคุณจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเดียวกันเมื่อคุณซื้อหุ้นและอีกครั้งเมื่อคุณเปลี่ยนแปลงจำนวนหุ้นลง แต่ในบางโบรกเกอร์เช่น eToro และ Robinhood อนุญาตให้คุณสามารถซื้อหุ้นได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าคอมมิชชั่นใด ๆ

ฉันจะซื้อหุ้นที่จดทะเบียนใน AIM ได้อย่างไร?

คุณจะต้องหาโบรกเกอร์ออนไลน์ที่สามารถเข้าถึง AIM ได้โดยตรง ซึ่งจะทำให้คุณสามารถซื้อและขายหุ้น AIM ได้เพียงคลิกปุ่มเดียว

About prakit
About prakit

คุณประกิต ไชยสาร เป็นนักเขียน, นักวิเคราะห์ และนักลงทุนที่อยู่ในกรุงเทพฯ ประเทศไทย เขาเป็นนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์ และเป็นเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปีในตลาดการเงิน เขามีความเชี่ยวชาญด้านการเดย์เทรดและการลงทุนระยะยาว

Scroll Up