trading platform TH
Search TradingPlatforms
Home » การเทรดคริปโต

สกุลเงินดิจิทัล เช่น Bitcoin Ethereum และ Ripple มีปริมาณการลงทุนออนไลน์มหาศาลคิดเป็นมูลค่าหลายพันล้านในแต่ละวัน

นักเทรดส่วนใหญ่จะซื้อและขายคู่เงินดิจิทัลที่อ้างอิงกับเงินดอลลาร์สหรัฐ หรือคุณอาจตัดสินใจเทรดมูลค่าของสกุลเงินดิจิทัลหนึ่งกับสกุลเงินอื่น ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม วัตถุประสงค์คือการทำกำไรจากราคาสกุลเงินดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลง

คู่มือนี้จะอธิบายทุกสิ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับ Cryptocurrency Trading ในไทย รวมถึงหลักการทำงานบนพื้นฐานของการลงทุนระยะสั้นและระยะยาว ความเสี่ยงและกลยุทธ์ที่คุณต้องพิจารณา How to trade cryptocurrency (วิธีเทรดคริปโต) วิธีเริ่มต้นใช้งานบัญชี Cryptocurrency Trading ของไทย

  • 1 – เลือกบัญชี Quantum AI สำหรับคุณสมบัติการซื้อขายอัตโนมัติ
  • 2 –เปิดบัญชีกับ Quantum AI
  • 3 – ฝากเงินเข้าบัญชี
  • 4 – เลือกสกุลเงินดิจิทัลที่ต้องการ
  • 5 – เปิดสถานะแล้วกำหนดระดับ Stop Loss

Contents

Cryptocurrency Trading คืออะไร

การลงทุนในเงินดิจิทัลเป็น Cryptocurrency Trading ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายคู่สกุลเงินดิจิทัลเพื่อทำกำไร หากต้องการสร้างรายได้ คุณต้องขายคู่สกุลเงินดิจิทัลให้ได้สูงกว่าราคาที่ซื้อมา

  • เช่น คุณอาจส่งคำสั่ง 200 ปอนด์เพื่อซื้อคู่ BTC/USD ที่ราคา 6,000 ดอลลาร์สหรัฐแล้วปิดสถานะในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมาที่ราคา 6,500 ดอลลาร์สหรัฐ
  • ในทำนองเดียวกันแพลตฟอร์ม Cryptocurrency Trading ของไทยยังช่วยให้คุณสามารถทำชอร์ต หรือจะพูดง่ายๆ ก็คือ หากคุณเชื่อว่าราคาของคู่สกุลเงินดิจิทัลจะลดลง ดังนั้นคุณจะทำกำไรจากราคาที่ลดลง

ในกรณีนี้ฟังก์ชัน Cryptocurrency Trading จะมีลักษณะเหมือนกับ Forex นั่นคือตลาดการเทรดทั้งหมดจะขึ้นอยู่กับคู่เงิน ซึ่งประกอบด้วยสินทรัพย์สองรายการ อาจเป็น Ethereum กับดอลลาร์สหรัฐ หรือ Ripple กับ EOS อัตราแลกเปลี่ยนของแต่ละคู่จะมีเปลี่ยนแปลงแบบวินาทีต่อวินาที

หน้าที่ของคุณคือคาดการณ์ว่ามูลค่าอัตราแลกเปลี่ยนจะเพิ่มขึ้นหรือลดลง ข้อดีของ Cryptocurrency Trading ในไทยคือคุณสามารถเข้าถึงตลาดได้จากที่บ้าน เพียงแค่ต้องเลือกโบรกเกอร์คริปโตออนไลน์ ฝากเงินด้วยบัตรเดบิต/เครดิตของไทย แล้วเริ่ม Crypto Trading เพื่อเทรดคริปโตได้ด้วยการคลิกปุ่ม

หลักการทำงานของ Cryptocurrency Trading

Cryptocurrency Trading หรือ Crypto Trading (การเทรดคริปโต) เป็นการลงทุนที่มาพร้อมความเสี่ยง ซึ่งคุณคาดหวังว่าจะได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นคุณจึงต้องเข้าใจว่า Cryptocurrency Trading ในไทยเป็นอย่างไรก่อนที่จะเข้าสู่วงการนี้

สิ่งที่คุณต้องรู้มีดังต่อไปนี้

คู่เงินคริปโต

การเทรดสกุลเงินดิจิทัลทางออนไลน์จะซื้อขายเป็นคู่ คล้ายกับการเทรด Forex ซึ่งแต่ละคู่จะมีอัตราแลกเปลี่ยน อัตราแลกเปลี่ยนนี้เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาแบบวินาทีต่อวินาที การเคลื่อนไหวของราคาเป็นไปตามอุปสงค์และอุปทาน หากปริมาณคนซื้อคู่เงินมากขึ้น ราคาจะสูงขึ้น หากปริมาณผู้ขายมากกว่าผู้ซื้อ ราคาคู่เงินก็จะลดลง

Crypto Trading (การเทรดคริปโต) มีคู่เงินสองประเภท ได้แก่

  • Crypto to Fiat: หากคู่สกุลเงินประกอบด้วยสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) กับสกุลเงินทั่วไป (Fiat) จะเรียกว่า Crypto to Fiat สกุลเงินทั่วไปมักประกอบด้วยดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากเป็นระบบอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้นจริง (De Facto) เช่น BTC/USD และ ETH/USD
  • Crypto Cross: หากคุณต้องการเทรดสกุลเงินดิจิทัลหนึ่งกับอีกสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งเป็นการเทรดระหว่างคริปโตด้วยกันจะเรียกว่า Crypto Cross เช่น หากต้องการเทรด Bitcoin กับ Ripple คุณจะต้องเทรด BTC/XRP นักเทรดมือใหม่ควรหลีกเลี่ยงคู่คริปโตครอส (Crypto Cross) เพราะว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายและมีความซับซ้อนมากกว่า

คำสั่ง Cryptocurrency Trading

เมื่อตัดสินใจได้แล้วว่าจะเทรดคู่สกุลเงินดิจิทัลตัวไหน คุณก็ต้องตั้งค่าคำสั่งกับโบรกเกอร์ โดยต้องเลือกสถานะ “ซื้อ” หรือ “ขาย”

  • ส่ง “คำสั่งซื้อ” หากคุณคิดว่าราคาคู่สกุลเงินดิจิทัลจะเพิ่มขึ้น
  • ส่ง “คำสั่งขาย” หากคุณคิดว่าราคาคู่สกุลเงินดิจิทัลจะลดลง

นอกจากนี้ยังมีประเภทคำสั่งซื้ออื่นๆ อีกมากมายที่คุณต้องรู้ก่อนเริ่มต้น Crypto Trading (การเทรดคริปโต) ในตลาดด้วยเงินจริง เช่น คุณต้องตัดสินใจระหว่างคำสั่ง “Market Order” หรือ “Limit Order”

  • หากคุณต้องการให้คำสั่งซื้อหรือคำสั่งขายดำเนินการในราคาของตลาดปัจจุบัน คุณจะต้องใช้ คำสั่ง “Market Order”
  • หากคุณต้องการให้คำสั่งซื้อหรือคำสั่งขายดำเนินการในราคาที่เฉพาะเจาะจง คุณจะต้องใช้คำสั่ง “Limit Order”

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าคำสั่ง Limit Order เหมาะกับการเทรดสกุลเงินดิจิตอลระยะสั้นมากกว่า เพราะว่าคุณสามารถระบุราคาที่แน่นอนเมื่อเข้าเทรดในตลาด ทำให้มั่นใจได้ว่าจะสามารถปรับใช้กลยุทธ์การเข้าเทรดและออกจากเทรดได้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้คำสั่ง Limit Order จะถูกดำเนินการหากเงื่อนไขตรงกับราคาที่ตั้งไว้และเมื่อราคาที่กำหนดตรงตามจุดเปิดใช้งานในตลาด

คำสั่งการบริหารความเสี่ยง

แม้ว่าจะไม่ใช่สิ่งที่บังคับให้ต้องทำ แต่คุณควรพิจารณาการตั้งค่าคำสั่งเพิ่มเติมอีกสองคำสั่งเมื่อเปิดสถานะสกุลเงินดิจิทัล ได้แก่ คำสั่ง “Stop Loss” และคำสั่ง “Take Profit”

คำสั่ง Stop Loss

คำสั่ง Stop Loss หรือคำสั่งหยุดการขาดทุน ช่วยให้คุณสามารถจำกัดปริมาณความสูญเสียจากการเทรด คุณต้องระบุราคาที่คุณจะออกจากสถานะเมื่อ Crypto Trading (การเทรดคริปโต) ไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์

ตัวอย่างเช่น

  • สมมติว่าคุณเทรด BTC/USD ด้วยการส่งคำสั่งซื้อที่ 9,000 ดอลลาร์สหรัฐ
  • คุณไม่อยากสูญเสียเงินเกิน 10% ดังนั้นคุณจึงตั้งคำสั่ง Stop Loss ที่ 8,100 ดอลลาร์สหรัฐ (9,000 ดอลลาร์สหรัฐ ลบด้วย 10%)
  • หากราคา BTC/USD ลดลงเหลือ 8,100 ดอลลาร์สหรัฐ โบรกเกอร์ที่ดำเนินการออกจากสถานะให้คุณ

วิธีนี้ช่วยให้มั่นใจว่าคุณจะไม่ขาดทุนเกินกว่าระดับที่ยอมรับได้

คำสั่ง Take Profit

การจัดการความเสี่ยงสำหรับ Cryptocurrency Trading ในไทยไม่ได้เป็นแค่การลดความสูญเสียเท่านั้น แต่คุณต้องมีแผนการที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้แน่ใจว่าจะสามารถล็อกกำไรไว้ได้ ซึ่งทำได้โดยการตั้งคำสั่ง Take Profit คำสั่งนี้ใช้ได้ผลเหมือนกับคำสั่งหยุดการขาดทุน แต่หลักการทำงานจะตรงกันข้าม

ตัวอย่างเช่น

  • คุณได้ส่งคำสั่งซื้อ BTC/USD ที่ 9,000 ดอลลาร์สหรัฐ
  • คุณต้องการทำกำไร 20% คิดเป็น 1,800 ดอลลาร์สหรัฐ (20% ของ 9,000 ดอลลาร์สหรัฐ)
  • ดังนั้นคุณต้องตั้งคำสั่ง Take Profit ไว้ที่ 10,800 ดอลลาร์สหรัฐ
  • ถ้าราคา BTC/USD เพิ่มขึ้นถึง 10,800 ดอลลาร์สหรัฐ โบรกเกอร์จะปิดสถานะโดยอัตโนมัติ

คำสั่ง Stop Loss และคำสั่ง Take Profit ช่วยให้แน่ใจว่าการเทรดของคุณจะเป็นไปตามแผนการจัดการความเสี่ยงที่รัดกุม และหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการปิดสถานะด้วยตนเอง เนื่องจากสถานะของคุณจะถูกปิดโดยอัตโนมัติเมื่อเป็นไปตามเงื่อนไขราคาที่กำหนด

How to trade cryptocurrency (วิธีเทรดคริปโต)

หลังจากเปิดสถานะแล้วก็ต้องรอว่าตลาดจะเคลื่อนที่ไปในทิศทางใด คุณจึงจะรู้ได้ว่าสถานะที่เปิดไว้จะทำกำไรหรือขาดทุน

หากคุณยังไม่เคยใช้ Crypto Trading หรือเทรดคริปโตออนไลน์มาก่อน ดูตัวอย่างด้านล่างว่าจะทำกำไรได้อย่างไร

เปิดสถานะ Long สำหรับ BTC/USD

สมมติว่าคุณคาดการณ์ว่าราคา BTC/USD จะเพิ่มขึ้น

  • ปัจจุบันราคา BTC/USD อยู่ที่ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ
  • คุณส่งคำสั่งซื้อ 300 ดอลลาร์สหรัฐ
  • ต่อมาราคา BTC/USD ขยับเป็น 10,500 ดอลลาร์สหรัฐ
  • ซึ่งเพิ่มขึ้น 5%
  • คุณปิดสถานะโดยการส่งคำสั่งขาย

ดังนั้นเงินลงทุน 300 ดอลลาร์สหรัฐ บวกกับกำไร 5% แปลว่าคุณทำเงินได้ 15 ดอลลาร์สหรัฐ

เปิดสถานะ Short สำหรับ ETH/USD

สมมติว่าคุณคาดการณ์ว่าราคา ETH/USD จะลดลง

  • ปัจจุบันราคา ETH/USD อยู่ที่ 350 ดอลลาร์สหรัฐ
  • คุณส่งคำสั่งขาย 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ
  • สัปดาห์ต่อมาราคา ETH/USD อยู่ที่ 250 ดอลลาร์สหรัฐ
  • ราคาลดลง 28% ซึ่งเหมาะกับการทำชอร์ตคู่เงิน
  • คุณจึงปิดสถานะโดยการส่งคำสั่งซื้อ

เงินลงทุน 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ กำไร 28% ทำให้คุณได้เงิน 280 ดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้คุณต้องคำนึงถึงค่าธรรมเนียมการจัดหาเงินข้ามคืนด้วย เราจะกล่าวถึงรายละเอียดเรื่องนี้เพิ่มเติมภายหลัง เนื่องจากคุณได้เปิดสถานะไว้เป็นเวลาหลายวัน เว็บเทรด Cryptocurrency Trading ส่วนใหญ่จะเก็บดอกเบี้ยเล็กน้อยในแต่ละวันที่คุณเปิดสถานะไว้

สามารถเทรดสกุลเงินดิจิทัลใดได้บ้าง

ตลาด Cryptocurrency Trading โดยส่วนใหญ่จะเป็นการเทรด Bitcoin ของปริมาณการซื้อขาย BTC/USD ช่วง 24 ชั่วโมงก่อนเขียนบทความนี้ ปริมาณการเทรด Bitcoin ออนไลน์มีมูลค่าสูงกว่า 25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

การหมุนเวียนสกุลเงินดิจิทัลมีเพียงไม่ถึง 7,000 สกุล สกุลเงินดิจิทัลบางตัวมีมูลค่าตลาดหลายพันล้านบาท แต่สกุลเงินดิจิทัลบางตัวก็ไร้ค่า

พิจารณาสกุลเงินดิจิทัลต่อไปนี้เพื่อเลือกเทรดคู่เงินที่ให้ประโยชน์จากระดับสภาพคล่องและมีปริมาณการซื้อขายเพียงพอ

  • Bitcoin
  • Ethereum
  • Bitcoin Cash
  • Ripple
  • Dash
  • Litecoin
  • Ethereum Classic
  • Binance Coin
  • Cardano
  • IOTA
  • Stellar
  • EOS
  • NEO
  • Tron
  • ZCash

ดังที่ได้กล่าวไว้ว่าคู่สกุลเงินดิจิทัลส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับดอลลาร์สหรัฐ

ประโยชน์ของการเทรดสกุลเงินดิจิทัล

ในการเทรดออนไลน์มีทรัพย์สินมากมายให้เลือกเทรด ไม่ว่าจะเป็นการเทรดหุ้น การเทรดสินค้าโภคภัณฑ์ ETFs หรือพันธบัตร ซึ่งนักลงทุนจะเลือกซื้อขายสินทรัพย์แต่ละประเภท

หากคุณยังไม่แน่ใจว่าการ Cryptocurrency Trading ในไทยเหมาะกับคุณหรือไม่ ลองดูข้อดีด้านล่างนี้

การเทรดระยะสั้นหรือระยะยาว

คู่มือนี้อาจมุ่งเน้น Cryptocurrency Trading สำหรับผู้เริ่มต้นที่ต้องการเทรดระยะสั้น แต่การซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลเป็นสิ่งที่เหมาะกับนักลงทุนระยะยาวด้วยเช่นกัน นักลงทุนในไทยจำนวนมากสนใจซื้อสกุลเงินดิจิทัลต่างๆ เช่น Bitcoin เพราะเชื่อว่ามูลค่าในอนาคตจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก

หรือที่เรียกว่ากลยุทธ์ “ซื้อแล้วถือเป็นระยะเวลานาน (buy and hold)” ซึ่งเป็นการถือสกุลเงินดิจิทัลที่เลือกไว้เป็นเวลาหลายเดือนหรือหลายปี การเทรดแบบนี้ต้องคำนึงถึงการใช้ตราสาร CFD และหลีกเลี่ยงค่าธรรมเนียมการข้ามคืนที่อาจเกิดขึ้น คุณจึงต้องเทรดกับโบรกเกอร์ที่ไม่มีค่าคอมมิชชั่น เช่น Quantum AI เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเสียค่าคอมมิชชั่นแม้แต่บาทเดียว

เลเวอเรจ

Crypto Trading (การเทรดคริปโต) กับโบรกเกอร์ CFD จะสามารถใช้ “เลเวอเรจ” ในการเทรดได้ หมายความว่าคุณสามารถซื้อขายด้วยเงินมากกว่าที่คุณมีในบัญชี กฎระเบียบของ European Securities and Markets Authority (ESMA) กำหนดให้โบรกเกอร์สามารถใช้เลเวอเรจได้สูงสุด 1:2 สำหรับการเทรดสกุลเงินดิจิทัล

  • นั่นแปลว่าการเทรดของคุณจะคูณด้วย 2
  • เช่น หากคุณเปิดคำสั่งซื้อ 500 ปอนด์สำหรับ BTC/USD ปริมาณการเทรดจริงของคุณจะกลายเป็น 1,000 ปอนด์

อย่างไรก็ตาม หากอยู่ภายใต้การควบคุมของ FCA จะถูกห้ามไม่ให้นำเสนอ CFD ในสกุลเงินดิจิทัล

สถานะซื้อและสถานะขาย

เมื่อนักเทรดไทยคาดว่าราคาหุ้นของบริษัทจะเพิ่มขึ้นก็จะซื้อหุ้นจากโบรกเกอร์หุ้น แม้ว่าสิ่งนี้จะตอบสนองความต้องการของนักลงทุนส่วนใหญ่ แต่ก็ไม่อนุญาตให้ทำกำไรจากตลาดที่ตกต่ำ

แต่สิ่งนี้ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงกับ Cryptocurrency Trading ในไทยเนื่องจากคุณจะมีตัวเลือกในการเปิดสถานะ Long หรือ Short เสมอ

ซึ่งทำได้เมื่อคุณคาดการณ์ว่าราคาคู่สกุลเงินดิจิทัลจะลดลง ท้ายที่สุดแล้วคุณจะมีโอกาสทำกำไรไม่ว่าทิศทางตลาดจะเป็นอย่างไรก็ตาม

เทรดได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง

การลงทุนแบบเดิม เช่น หลักทรัพย์และหุ้น จะมีการซื้อขายในช่วงเวลามาตรฐาน โดยทั่วไปอยู่ระหว่างเวลา 8.00 น. ถึง 17.00 น. ในวันจันทร์ถึงวันศุกร์ วันเวลาที่จำกัดนี้อาจทำให้คุณหงุดหงิดได้

ยกตัวอย่างเช่น สมมติว่าเย็นวันศุกร์ คุณต้องการถอนเงินออกจากการลงทุนในหุ้น ส่วนใหญ่แล้วคุณจะไม่สามารถทำได้จนกว่าตลาดจะเปิดในเช้าวันจันทร์ หรือหากคุณต้องการเทรดหุ้นวันเสาร์และอาทิตย์ คุณก็ทำไม่ได้เพราะว่าโบรกเกอร์ในไทยไม่อนุญาตให้ทำเช่นนี้

แต่ตลาดสกุลเงินดิจิทัลให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ นั่นแปลว่าคุณสามารถเปิดและปิดสถานะเมื่อไรก็ได้ ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนก็ตาม

ความเสี่ยงในการเทรดสกุลเงินดิจิทัล

แม้ว่าการเทรดสกุลเงินดิจิทัลออนไลน์จะมีประโยชน์มากมาย แต่คุณต้องคำนึงถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นด้วยเช่นกัน

ความผันผวนสูง

ระดับความผันผวนของ Cryptocurrency Trading ในไทยอาจสูงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเทรดคู่เงินที่มีสภาพคล่องน้อย ไม่ใช่เรื่องผิดปกติแต่อย่างใดสำหรับสกุลเงินดิจิทัลที่ราคาจะเพิ่มขึ้นหรือลดมากกว่า 10% ภายในวันเดียว แต่สถานการณ์ปกติแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นกับการเทรดสินทรัพย์หลัก เช่น หุ้นหรือพันธบัตร

ดังนั้นคุณต้องตั้งคำสั่ง Stop Loss และ Take Profit ที่เหมาะสมในการเทรดทั้งหมด เพื่อช่วยให้มั่นใจว่าจะสามารถลดความสูญเสียและล็อกกำไรที่อาจเกิดขึ้นได้โดยอัตโนมัติ

การแลกเปลี่ยนที่ไม่ได้รับการควบคุม

Cryptocurrency Trading ส่วนใหญ่ในไทยเป็นการซื้อขายสกุลเงินดิจิตอลที่ไม่มีการควบคุม โดยทั่วไปเป็นแพลตฟอร์มการเทรดที่ไม่สัมพันธ์กับเงินแบบเดิม การฝากถอน กำไรและขาดทุนทั้งหมดจะเป็นสกุลเงินดิจิทัล

ซึ่งสิ่งนี้อาจเป็นประโยชน์สำหรับนักเทรดที่ไม่ต้องการส่งเอกสารยืนยันตัวตน หรือต้องการใช้เลเวอเรจที่สูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม การเทรดสกุลเงินดิจิทัลที่ไม่มีหน่วยงานควบคุมหมายความว่าคุณกำลังเผชิญกับความเสี่ยงครั้งใหญ่ แนะนำให้เทรดกับโบรกเกอร์ CFD ที่มีใบอนุญาตและได้รับการควบคุม เพื่อให้มั่นใจว่าเงินของคุณจะได้รับการคุ้มครองตลอดเวลา

กลยุทธ์ Cryptocurrency Trading

เมื่อรู้แล้วว่าหลักการ Cryptocurrency Trading ในไทยเป็นอย่างไร ต่อไปเราจะมาดูที่กลยุทธ์ต่างๆ นักเทรดที่เชี่ยวชาญมักปรับใช้กลยุทธ์มากมาย การใช้หลายวิธีเพื่อรับมือกับการซื้อและขายคู่สกุลเงินดิจิทัลจะทำให้คุณมีโอกาสทำกำไรได้ในระยะยาว

กลยุทธ์ Cryptocurrency Trading ที่นิยม ได้แก่

สวิงเทรด (Swing Trading)

สวิงเทรดเป็นกลยุทธ์ cryptocurrency trading ที่ยืดหยุ่น และเหมาะกับมือใหม่ แนวคิดคือการซื้อและขายคู่สกุลเงินดิจิทัลเมื่อมีแนวโน้มใหม่เกิดขึ้น ซึ่งอาจเป็นแนวโน้มระยะสั้นที่นานหลายวัน อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์นี้ไม่เหมือนกับการเดย์เทรด เนื่องจากสวิงเทรดจะเปิดสถานะไว้เป็นเวลาหลายสัปดาห์ได้โดยไม่มีปัญหา

กรณีนี้เกิดขึ้นได้เมื่อคู่สกุลเงินดิจิทัลอยู่ในเส้นทางขาขึ้นหรือขาลงเป็นเวลานาน เช่น หากตลาดเชื่อมั่นว่าคู่ ETH/USD เป็น “ขาขึ้น” นักเทรดที่ใช้กลยุทธ์สวิงเทรดจะเปิดสถานะซื้อไว้ตราบใดที่แนวโน้มยังคงอยู่

เมื่อคิดว่าความเชื่อมั่นของตลาดที่มีต่อ ETH/USD ไม่เป็นบวกอีกต่อไป นักเทรดมีแนวโน้มที่จะปิดสถานะและส่งคำสั่งขาย ทำให้นักเทรดที่ใช้กลยุทธ์สวิงเทรดมั่นใจได้ว่าจะสามารถหาจุดที่ตลาดปรับฐาน

ตลาดปรับฐาน (Market Correction)

ตลาดปรับฐานเกิดขึ้นกับตลาดซื้อขายทั้งหมด ตลาดปรับฐานเกิดขึ้นเมื่อแนวโน้มขาขึ้นหรือขาลงหยุดลงชั่วคราว เช่น สมมติว่าคู่ BTC/XRP แกว่งตัวขึ้นเป็นเวลานาน 3 สัปดาห์ ซึ่งในช่วงนี้ราคาเพิ่มขึ้นสูงถึง 40%

แต่เป็นไปไม่ได้ที่การแกว่งตัวขาขึ้นจะดำเนินต่อไปโดยไม่มีกำหนด เพราะนักลงทุนบางส่วนจะขายออกเพื่อทำกำไร เมื่อมีการขายออก ราคาของ BTC/XRP จะย่อตัวลงในทิศทางตรงกันข้าม หากมีปริมาณผู้ขายมากกว่าผู้ซื้อก็จะส่งผลต่อราคาของสินทรัพย์โดยตรง

อย่างไรก็ตาม การปรับฐานไม่ได้แปลว่าแนวโน้มขาขึ้นของคู่ BTC/XRP สิ้นสุดลง แต่เป็นการหยุดชั่วคราวของแนวโน้ม นักเทรดสกุลเงินดิจิทัลที่ชาญฉลาดมักเปิดสถานะซื้อ BTC/XRP เมื่อตลาดปรับฐาน ทำให้ซื้อได้ราคาที่ถูกลงเพื่อทำไรจากแนวโน้มขาขึ้น

ตัวชี้วัด RSI

Relative Strength Index (RSI) เป็นตัวชี้วัดทางเทคนิคที่นักเทรดสกุลเงินดิจิทัลที่มีประสบการณ์ชอบใช้งาน ตัวชี้วัดนี้ช่วยให้เรารู้ว่าคู่สกุลเงินดิจิทัลอยู่ในโซน Overbought (ซื้อมากเกินไป) หรือ Oversold (ขายมากเกินไป)

แปลว่าสินทรัพย์อาจอยู่ในภาวะตลาด “หมี” แต่มีโอกาสที่จะปรับฐาน ทำให้มีโอกาสเทรดระยะสั้นโดยการหาจุดกลับตัวก่อนที่มันจะเกิดขึ้น

หาก RSI บ่งชี้ว่าคู่สกุลเงินดิจิทัลอยู่ในโซน Oversold อาจชี้ให้เห็นว่ามีผู้ซื้อจำนวนมากเข้ามาในตลาด เมื่อคาดว่าตลาดจะกลับตัว ทำให้คุณมีโอกาสเข้าและออกจากสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างรวดเร็ว

Cryptocurrency Trading ฟรีในไทย

แพลตฟอร์ม Cryptocurrency Trading ในไทยทั้งหมดจะเก็บค่าธรรมเนียมบางอย่าง เนื่องจากโบรกเกอร์ส่วนให้บริการซื้อขายเพื่อเป็นช่องทางสร้างรายได้

ด้านล่างเป็นค่าธรรมเนียม cryptocurrency trading ที่สำคัญที่คุณต้องทราบ

คอมมิชชั่นการเทรด

ผู้ให้บริการ cryptocurrency trading บางแห่งจะเรียกเก็บค่าคอมมิชชั่นสำหรับการซื้อขายสถานะ หมายความว่าคุณต้องจ่ายค่าธรรมเนียมตอนเข้าเทรด และจ่ายค่าธรรมเนียมอีกครั้งเมื่อปิดการเทรด

ปกติจะเรียกเก็บเป็นเปอร์เซ็นต์ เช่น หากโบรกเกอร์เก็บ 0.4% คุณต้องคูณเปอร์เซ็นต์นี้กับเงินลงทุนของคุณ รายชื่อโบรกเกอร์ในไทยส่วนใหญ่ที่แสดงไว้ในหน้านี้อนุญาตให้คุณเทรดสกุลเงินดิจิทัลได้โดยไม่มีค่าคอมมิชชั่น

สเปรด

เมื่อเทรดสกุลเงินดิจิทัลออนไลน์ คุณควรเข้าใจเกี่ยวกับสเปรด สเปรดคือความแตกต่างระหว่างราคา “ซื้อ” และราคา “ขาย” ของสินทรัพย์ การคิดส่วนต่างของราคาเป็นเปอร์เซ็นต์จะช่วยให้คุณเข้าใจได้ง่าย เพราะคุณจะได้รู้ว่าต้องทำกำไรเท่าไรถึงจะคุ้มทุน

ตัวอย่างเช่น

  • ราคา “ซื้อ” ของ BTC/USD คือ 12,000 ดอลลาร์สหรัฐ
  • ราคา “ขาย” ของUSD คือ 12,200 ดอลลาร์สหรัฐ
  • ส่วนต่างนี้คิดเป็นสเปรด6%

พูดง่ายๆ ได้ว่าหากคุณต้องทำกำไรอย่างน้อย 1.6% จึงจะถึงจุดคุ้มทุน ส่วนที่นอกเหนือจากตัวเลขนี้คือกำไรที่คุณได้รับ

ค่าธรรมเนียมที่ไม่ใช่การเทรด

การเลือกแพลตฟอร์ม cryptocurrency trading ในไทยมีค่าธรรมเนียมอื่นๆ ที่ต้องคำนึงถึง ได้แก่

  • ค่าธรรมเนียมข้ามคืน:หากคุณเทรด CFD ของสกุลเงินดิจิทัล คุณต้องจ่ายค่าธรรมเนียมในแต่ละวันที่เปิดสถานะไว้ เช่น คำสั่งขายชอร์ต 500 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับ BTC/USD ที่ eToro จะคิด23 ดอลลาร์สหรัฐต่อวันในวันจันทร์ถึงศุกร์ และ 0.69 ดอลลาร์สหรัฐต่อวันในวันเสาร์และอาทิตย์ หากคุณต้องการหลีกเลี่ยงค่าธรรมเนียมนี้ Quantum AI จะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมใดๆ
  • การฝากเงินและถอนเงิน: โบรกเกอร์บางเจ้าจะเก็บค่าธรรมเนียมฝากเงินและ/หรือค่าธรรมเนียมถอนเงิน ซึ่งอาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับช่องทางชำระเงินที่คุณเลือก
  • การไม่ใช้งานบัญชี: แพลตฟอร์มส่วนใหญ่จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมรายเดือนเมื่อบัญชีของคุณไม่มีการใช้งาน ปกติจะคิดธรรมเนียมนี้เป็นรายเดือนจนกว่าบัญชีของคุณจะมีการซื้อขายหรือหักธรรมเนียมจนกว่ายอดเงินในบัญชีหมด แต่หากคุณเปิดสถานะ Long ไว้ก็ไม่ต้องกังวล เพราะสถานะบัญชีของคุณจะไม่ถูกพิจารณาว่าไม่ได้ใช้งาน

ซอฟต์แวร์ Cryptocurrency Trading

ปัจจุบันนักลงทุนทุกรูปแบบกำลังใช้ซอฟต์แวร์ขั้นสูงในการเทรดสกุลเงินดิจิทัล อัลกอริทึมพื้นฐานถูกตั้งโปรแกรมไว้ล่วงหน้าเพื่อให้ทำตามเงื่อนไขการเทรดที่เข้มงวด หมายความว่าการซื้อขายจะไม่มีอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้องหรือได้รับผลกระทบจากความล้มเหลว

ซอฟต์แวร์ Cryptocurrency Trading จะสแกนตลาดตลอดเวลา จำนวนคู่ที่กำหนดเป้าหมายจึงทำได้ไม่จำกัด เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีประสบการณ์เกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัลและ/หรือการเทรด การใช้ซอฟต์แวร์มีประโยชน์หากคุณต้องการเทรดแบบเต็มเวลา แต่ไม่มีเวลามานั่งเฝ้าหน้าจอทั้งวัน

ในตลาดมีผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ Cryptocurrency Trading หลายเจ้า บางที่มีประวัติยาวนานและการทำกำไรอย่างสม่ำเสมอ แต่หลายๆ ที่ก็ควรหลีกเลี่ยง เนื่องจากระบุไว้อย่างชัดเจนว่าไม่สามารถสำรองข้อมูลที่ตรวจสอบได้

อย่างไรก็ตาม หากคุณเลือกผู้ให้บริการ Cryptocurrency Trading ที่ต้องการได้แล้วให้ดำเนินการดังนี้

  • ก่อนอื่นคุณต้องซื้อซอฟต์แวร์เพื่อชำระค่าธรรมเนียมแบบครั้งเดียว
  • หลังจากนั้นให้ดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ลงบนอุปกรณ์เดสก์ท็อป
  • แล้วเลือกโบรกเกอร์ออนไลน์ที่ใช้ได้กับแพลตฟอร์มเทรดของบุคคลที่สาม MetaTrader 4 (MT4)
  • คุณต้องดาวน์โหลดและติดตั้ง MT4 ลงบนอุปกรณ์เดสก์ท็อป
  • แล้วเข้าสู่ MT4 ของโบรกเกอร์ด้วยข้อมูลข้อมูลประจำตัวของคุณ
  • และสุดท้ายให้นำเข้าซอฟต์แวร์ Cryptocurrency Trading ที่ดาวน์โหลดไปยัง MT4

เมื่อดำเนินการตามขั้นตอนข้างต้นทั้งหมดแล้ว คุณต้องทำเครื่องหมายในช่องบนแพลตฟอร์ม MT4 เพื่ออนุญาตให้ซอฟต์แวร์ทำการเทรดในนามของคุณ ซอฟต์แวร์จะเปิดสถานะซื้อและสถานะขายแทนคุณ โดยมีเป้าหมายในการสร้างกำไรอย่างสม่ำเสมอ

หมายเหตุ: ซอฟต์แวร์ Cryptocurrency Trading มักเรียกกันว่า “บอท Cryptocurrency Trading คำสองคำนี้ใช้แทนกันได้ ซึ่งอ้างอิงถึงกระบวนการเทรดอัตโนมัติผ่าน MT4

สัญญาณ Cryptocurrency Trading

หากคุณไม่อยากให้โปรแกรมซอฟต์แวร์เทรดแทนคุณ คุณอาจพิจารณาอีกทางเลือกด้วยการใช้บริการสัญญาณ โบรกเกอร์จะสร้างอัลกอริธึม cryptocurrency trading ขึ้นมาอย่างสมบูรณ์ ซึ่งมีศักยภาพในการสแกนตลาดทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง แต่แทนที่จะส่งคำสั่งซื้อและขายแทนคุณ ผู้ให้บริการสัญญาณจะส่งการแจ้งเตือน พร้อมรายละเอียดสิ่งที่พบและแนวทางการดำเนินการ

รวมถึงสิ่งต่อไปนี้

  • คู่สกุลเงินดิจิทัลที่สัญญาณเกี่ยวข้องด้วย (เช่น BTC/USD)
  • คุณควรเปิดสถานะ Long หรือ Short สำหรับคู่เงิน (เช่น คำสั่งซื้อ)
  • คุณควรตั้งราคาลิมิตออเดอร์ที่เท่าไร (เช่น 10.237 ดอลลาร์สหรัฐ)
  • ราคาคำสั่ง Stop Loss ควรเป็นเท่าไร (เช่น 10,100 ดอลลาร์สหรัฐ)
  • ราคาสั่ง Take Profit ควรเป็นเท่าไร (เช่น 10,400 ดอลลาร์สหรัฐ)

คุณจะมีข้อมูลทั้งหมดที่ต้องการเพื่อดำเนินการตามคำแนะนำสำหรับ Cryptocurrency Trading (การเทรดคริปโต) ในด้านผู้ให้บริการ Learn 2 Trade เป็นผู้ให้บริการที่ได้รับความนิยมจากนักเทรดไทย แพลตฟอร์มนี้มีชื่อเสียงมากเกี่ยวกับการให้สัญญาณและมีประสิทธิภาพเหนือกว่าที่อื่นทั้งในตลาดฟอเร็กซ์และสกุลเงินดิจิตอล

Learn 2 Trade นำเสนอแผนพรีเมียมในราคาเพียง 14 ปอนด์ต่อเดือน ซึ่งมาพร้อมสัญญาณเทรด 3-5 สัญญาณต่อวัน (จันทร์ถึงวันศุกร์)

หากไม่พอใจบริการ คุณมีเวลาเปลี่ยนใจ 30 วัน เนื่องจากผู้ให้บริการนี้รับประกันคืนเงิน หรือคุณอาจเริ่มต้นด้วยแผนฟรีที่ให้ 3 สัญญาณต่อสัปดาห์ คุณสามารถใช้แผนบริการฟรีได้เท่าที่ต้องการ โดยไม่ต้องระบุข้อมูลการชำระเงินใดๆ

5 เคล็ดลับเทรดสกุลเงินดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ

หากคุณอ่านคู่มือ Cryptocurrency Trading ในไทยจนถึงจุดนี้ คุณจะรู้ว่าการเทรดสกุลเงินดิจิทัลไม่ใช่แค่การเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์และทำกำไรอย่างต่อเนื่อง แต่มีหลายสิ่งหลายอย่างที่คุณต้องเรียนรู้เพื่อให้มีโอกาสประสบความสำเร็จจากการเทรดเงินคริปโต

เพียงแค่อ่าน 5 เคล็ดลับ Cryptocurrency Trading ที่มีประโยชน์ด้านล่าง

เคล็ดลับที่ 1: ใช้โบรกเกอร์ที่มีหน่วยงานควบคุมที่เทรดได้โดยไม่มีค่าคอมมิชชั่น

ในโลกออนไลน์มีโบรกเกอร์และผู้ให้บริการนับร้อยที่คุณสามารถเทรดสกุลเงินดิจิทัล ถึงแม้จะมีข้อควรพิจารณาอื่นๆ อีกหลายอย่าง แต่สิ่งสำคัญคือการเลือกแพลตฟอร์มที่ได้รับการควบคุม เพื่อให้แน่ใจว่าเงินของคุณจะได้รับการปกป้องอยู่ตลอดเวลา

นอกจากนี้ต้องคำนึงถึงเรื่องค่าธรรมเนียม Cryptocurrency Trading เพื่อให้คุณถูกเก็บค่าธรรมเนียมน้อยที่สุด แนะนำให้ใช้แพลตฟอร์มที่สามารถเทรดสกุลเงินดิจิทัลได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าคอมมิชชั่น เช่นโบรกเกอร์ Quantum AI eToro AvaTrade และ Capital.com แต่ละเจ้ามีหน่วยงานควบคุมอย่างเข้มงวด

เคล็ดลับที่ 2: เรียนรู้คอร์สสอนเทรด Cryptocurrency Trading

ก่อนที่จะเริ่มต้นเทรดสกุลเงินดิจิทัล คุณต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับ Cryptocurrency Trading ไม่ใช่แค่รายละเอียดของสกุลเงินดิจิทัลเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงหลักการเทรดด้วย ยกตัวอย่างเช่น คุณต้องเรียนรู้วิธีใช้คำสั่ง Market Order และกลยุทธ์การเทรดอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ยังต้องเรียนรู้วิธีการวิจัยและการใช้เครื่องมือจัดการความเสี่ยง เพื่อจำกัดการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งมีคอร์สสอนเทรดออนไลน์เกี่ยวกับ Cryptocurrency Trading มากมายที่นำมาปรับใช้ได้อย่างสะดวก บางคอร์สอนุญาตให้คุณสามารถเข้าเรียนได้ตามต้องการ ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งหากคุณมีเวลาจำกัด

เคล็ดลับที่ 3: เรียนรู้วิธีการอ่านกราฟ

ประโยชน์หลักอย่างหนึ่งของการใช้กลยุทธ์ซื้อแล้วถือเป็นระยะเวลานานคือไม่ต้องกังวลกับแนวโน้มราคาระยะสั้น เพียงแค่ซื้อสกุลเงินดิจิทัลที่ต้องการแล้วเก็บเหรียญไว้เป็นเวลาหลายเดือนหรือหลายปี อย่างไรก็ตาม หากคุณต้องการเทรดสกุลเงินดิจิทัลอย่างแท้จริง คุณจะต้องให้ความสำคัญกับการเคลื่อนไหวระยะสั้น

นักเทรดสกุลเงินดิจิทัลส่วนใหญ่มักเปิดสถานะไว้ไม่เกินหนึ่งวัน แม้แต่นักเทรดที่ใช้กลยุทธ์สวิงเทรดก็มีระยะเวลาเฉลี่ยของสถานะไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ ดังนั้นคุณจึงต้องเรียนรู้ How to trade cryptocurrency (วิธีเทรดคริปโต) วิธีอ่านกราฟ และวิเคราะห์กราฟให้เข้าใจ ในการอ่านกราฟคุณต้องหาแนวโน้มที่เป็นไปได้ที่กำลังเกิดขึ้น

เคล็ดลับที่ 4: ฝึกฝน Cryptocurrency Trading

แพลตฟอร์ม Cryptocurrency Trading ในไทยส่วนใหญ่จะให้คุณเทรดด้วย “เงินกระดาษ” ผ่านบัญชีทดลอง ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนเงื่อนไขการเทรดจริงในแง่การเคลื่อนไหวของราคา ปริมาณ และแนวโน้ม แต่ความแตกต่างที่สำคัญคือเป็นการเทรดในสภาพแวดล้อมที่ปราศจากความเสี่ยง

หมายความว่าคุณสามารถรับมือกับคำสั่งซื้อขาย ณ ราคาตลาด และกลยุทธ์การเทรดได้โดยไม่ต้องเสี่ยงกับเงินตัวเอง คุณควรหลีกเลี่ยงการเทรดด้วยเงินจริงจนกว่าคุณจะฝึกเทรดเพื่อทำกำไรได้อย่างสม่ำเสมอ

เคล็ดลับที่ 5: คัดลอกการเทรด

นักเทรดไทยจำนวนมากไม่ค่อยรู้เกี่ยวกับการคัดลอกการเทรด โบรกเกอร์ eToro ที่ได้รับการควบคุมโดย FCA มีบริการนี้ ทำให้สามารถเลือกนักเทรดที่มีผลงานดี เชี่ยวชาญการเทรด และมีประวัติการซื้อขายยาวนาน (ตรวจสอบได้)

เกณฑ์การค้นหานักเทรดอาจอ้างอิงจากผลตอบแทนรายเดือน ระดับความเสี่ยง คู่สกุลเงินดิจิทัลที่เทรด และระยะเวลาเทรดเฉลี่ย

เมื่อพบนักเทรดสกุลเงินดิจิทัลที่ชื่นชอบแล้ว คุณสามารถคัดลอกการเทรดแบบเดียวกันได้

  • เช่น สมมติว่านักเทรดใช้เงินในบัญชี 10% เพื่อซื้อ Bitcoin
  • หากคุณลงทุน 200 ดอลลาร์สหรัฐกับนักเทรด เงิน 20 ดอลลาร์สหรัฐในพอร์ตของคุณจะถูกจัดสรรไปยังสกุลเงินดิจิทัล
  • หากนักเทรดขาย Bitcoin ที่ซื้อไว้ พอร์ตของคุณจะดำเนินการสิ่งเดียวกัน

อีกทางเลือกหนึ่งคือการใช้ Quantum AI ที่นี่คุณจะได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัลที่จะซื้อและขาย แพลตฟอร์มจะบอกคุณเมื่อจะทำการค้า นี่เป็นโอกาสการเรียนรู้ที่ดีสำหรับผู้ที่ไม่มีประสบการณ์มากนัก รวมทั้งผู้ที่ไม่ต้องการใช้เวลาทำวิจัยมากนัก

แพลตฟอร์ม Cryptocurrency Trading ที่ดีที่สุด 2021

ดังที่ได้กล่าวไว้ว่าในตลาดมีแพลตฟอร์ม Cryptocurrency Trading ในไทยหลายร้อยแห่ง ดังนั้นอาจเป็นเรื่องยากที่จะหาว่าโบรกเกอร์เจ้าไหนเหมาะกับความต้องการของคุณ สิ่งที่คุณต้องพิจารณาคือหน่วยงานกำกับดูแล ค่าคอมมิชชัน สเปรด วิธีการชำระเงิน และอีกมากมาย

เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ด้านล่างนี้เป็นรายชื่อแพลตฟอร์ม Cryptocurrency Trading ที่ดีที่สุดของปี 2021

1. Quantum AI – แพลตฟอร์มการซื้อขาย Cryptocurrency โดยรวมที่ดีที่สุด

Quantum AI เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์ม Cryptocurrency ที่ดีที่สุด คุณสามารถซื้อขายได้จากหลายร้อยคู่ให้เลือก สิ่งที่ทำให้ Quantum AI มีความพิเศษเมื่อเทียบกับโบรกเกอร์อื่นๆ คือมันใช้ปัญญาประดิษฐ์ ซอฟต์แวร์จัดการวิเคราะห์ราคาหลายพันราคาต่อวินาที และให้คำแนะนำเกี่ยวกับโอกาสการลงทุนที่ดีแก่คุณ

เหนือสิ่งอื่นใด การเทรดทั้งหมดของคุณ ไม่ว่าจะเป็นคริปโตหรือสินทรัพย์ทางการเงินอื่นๆ เช่น หุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ ฟอเร็กซ์ ฯลฯ จะทำได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าคอมมิชชั่นใดๆ แพลตฟอร์มนี้ไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมใดๆ สำหรับการทำธุรกรรม ซึ่งทำให้ใช้งานได้ฟรี 100%

เครื่องมือทางการเงินทั้งหมด รวมถึงสกุลเงินดิจิตอลเข้ารหัส มีการซื้อขายเป็น CFD ดังนั้น แพลตฟอร์มนี้จึงเหมาะกับเทรดเดอร์ที่กระตือรือร้น และโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ไม่มีเวลามากเกินไปในการทำวิจัยทั้งหมด เนื่องจากคุณได้รับคำแนะนำและสัญญาณ แพลตฟอร์มนี้จึงเหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น

หากคุณต้องการเปิดบัญชีซื้อขาย Quantum AI คุณต้องทำการฝากเงินครั้งแรกเมื่อคุณลงทะเบียน คุณสามารถเลือกระหว่างการโอนเงินผ่านธนาคารและบัตรเครดิต/เดบิตเป็นวิธีการชำระเงิน และจำนวนเงินขั้นต่ำคือ 220 ยูโร

แพลตฟอร์ม Quantum AI นั้นไม่ใช่นายหน้า แต่ทำงานเป็นซอฟต์แวร์ที่มีโบรกเกอร์คริปโตที่เป็นพันธมิตรกว่า 15 แห่งที่ได้รับการควบคุม ซึ่งหมายความว่าข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดของคุณ รวมทั้งเงินทุน จะปลอดภัยและได้รับการคุ้มครองโดยการเข้ารหัส

ค่าธรรมเนียม Quantum AI:

คอมมิชชั่น 0 %
ค่าธรรมเนียมการฝาก ฟรี
ค่าธรรมเนียมการถอน ฟรี
ค่าธรรมเนียมการไม่ใช้งาน ฟรี

ข้อดี:

  • ไม่มีค่าธรรมเนียม
  • แอปพร้อมใช้งานบนสมาร์ทโฟน
  • cryptocurrencies ที่หลากหลายรวมถึง cryptocurrencies ขนาดใหญ่เช่น Bitcoin และ Ethereum
  • ขั้นตอนการลงทะเบียนใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที
  • รับคำแนะนำเกี่ยวกับ cryptos ที่จะซื้อ
  • เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นและผู้ซื้อขายที่มีประสบการณ์

ข้อด้อย:

  • เฉพาะ CFDs

71% ของนักลงทุนรายย่อยสูญเสียเงินจากการซื้อขาย CFD ที่ไซต์นี้

2. eToro – แพลตฟอร์ม Cryptocurrency Trading ในไทยที่เชื่อถือได้และปลอดภัย

eToro Logo eToro เป็นแพลตฟอร์มเทรดออนไลน์ที่นำเสนอสินทรัพย์มากมายหลายประเภท นอกเหนือจากหุ้น ETF สินค้าโภคภัณฑ์ และ Forex ที่นี่ยังมี cryptocurrency trading ที่คุณสามารถเทรดสกุลเงินดิจิทัลได้ ซึ่งจริงๆ แล้วแบ่งออกเป็นสองส่วน อย่างแรกคือ eToro ช่วยให้คุณลงทุนใน 16 สกุลเงินดิจิทัล

การเทรดไม่มีค่าคอมมิชชั่น ดังนั้นคุณจึงเปิดสถานะซื้อไว้ได้นานตามความต้องการ หากคุณสนใจ cryptocurrency trading ระยะสั้นมากขึ้น คุณสามารถเทรดคู่เงินผ่าน CFD ได้ คุณสามารถใช้เลเวอเรจ 1:2 รวมถึงการขายชอร์ต การเทรด CFD ของสกุลเงินดิจิทัลที่ eToro ไม่มีค่าคอมมิชชั่น แต่จะมีค่าธรรมเนียมข้ามคืน

นอกจากนี้คุณยังสามารถเข้าถึงคู่สกุลเงินดิจิทัลได้อย่างเต็มที่ เช่น BTC/ETH และ BTC/BCH ส่วนด้านการใช้งานถือว่าแพลตฟอร์มของ eToro ใช้งานง่ายสำหรับมือใหม่ โดยเฉพาะฟีเจอร์คัดลอกการเทรด (Copy Trading) ของแพลตฟอร์ม ฟังก์ชันก์การเทรดนี้ช่วยให้คุณสามารถคัดลอกคำสั่งซื้อและคำสั่งขายของนักเทรดเงินคริปโตที่มีประสบการณ์ไปยังพอร์ตของคุณ ซึ่งดีมากๆ เพราะว่าไม่มีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม

หากคุณชอบฟังก์ชันของ eToro แพลตฟอร์มนี้กำหนดเงินฝากขั้นต่ำเพียง 200 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6,000 บาท) โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องลงทุนเต็มจำนวนหรือเทรดเต็มจำนวนเงินที่ฝาก แต่ eToro ให้สามารถคุณเทรดขั้นต่ำที่ 50 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,500 บาท) โบรกเกอร์นี้มีช่องทางการชำระเงินหลายวิธี รวมถึงบัตรเดบิต/เครดิตบัญชีธนาคารไทย และกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ เช่น PayPal อีกทั้งยังมีแอปพลิเคชันมือถือของ eToro ซึ่งเป็นหนึ่งในแอป Cryptocurrency Trading ที่ดีที่สุดในไทย

ค่าธรรมเนียม eToro

ค่าคอมมิชชั่น 0%
ค่าธรรมเนียมการฝากเงิน ฟรี
ค่าธรรมเนียมการถอนเงิน $5
ค่าธรรมเนียมการไม่ใช้งาน 10 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือนหลังจากไม่ได้ใช้งานเป็นเวลา 12 เดือน

ข้อดี:

  • โบรกเกอร์เทรดหุ้นออนไลน์ที่ใช้งานง่ายมาก
  • ซื้อหุ้นได้โดยไม่มีค่าคอมมิชชั่นหรือค่าธรรมเนียมการซื้อขายหุ้น
  • รายชื่อหุ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศกว่า 800 หุ้น
  • ฝากเงินด้วยบัตรเดบิต/บัตรเครดิต กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีธนาคารไทย
  • คัดลอกการซื้อขายของนักเทรดคนอื่น
  • ควบคุมดูแลโดยหน่วยงาน FCA และ FSCS

ข้อด้อย:

  • ไม่เหมาะนักเทรดขั้นสูงที่ใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิค

67% ของนักลงทุนรายย่อยสูญเสียเงินเมื่อเทรด CFD กับผู้ให้บริการนี้

3. Capital.com – เทรดคู่สกุลเงินดิจิทัลนับร้อยได้โดยไม่มีค่าคอมมิชชั่น

new capital.com logo Capital.com เป็นแพลตฟอร์มเทรดที่ได้รับการควบคุมโดย FCA และเป็นโบรกเกอร์ที่เชี่ยวชาญการเทรดตราสาร CFD ครอบคลุมสกุลเงินดิจิทัลจำนวนมาก เช่น คุณสามารถเทรดคู่คริปโตกับสกุลเงินทั่วไป (Crypto to Fiat) เช่น BTC / USD และ ETH / USD รวมถึงการซื้อคู่สคริปโตครอส เช่น BTS/BTC และ TRX/BTC

ไม่ว่าจะเทรดตราสารใดก็ตาม Capital.com จะไม่คิดค่าคอมมิชชั่น สเปรดของโบรกเกอร์นี้ก็ดีกว่าเจ้าอื่นด้วย เช่น คุณสามารถเทรด XRP/USD ด้วยสเปรดเพียง 0.004 หรือเทรด CFD ของสกุลเงินดิจิทัลทั้งหมดด้วยเลเวอเรจ 1:2 เพื่อเพิ่มยอดเงินตั้งต้นเป็นสองเท่า

Capital.com ยังเป็นตัวเลือกที่เหมาะกับนักเทรดมือใหม่ เช่นเดียวกับ eToro แพลตฟอร์มการเทรดใช้งานง่ายมาก และไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ด้านการเทรดมาก่อน คุณสามารถเริ่มต้นด้วยเงินฝากขั้นต่ำเพียง 20 ปอนด์ด้วยบัตรเดบิต/บัตรเครดิต หรือกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งถือข้อดีหากคุณต้องการเริ่มต้นด้วยเงินจำนวนไม่มาก

ค่าธรรมเนียม Capital.com

ค่าคอมมิชชั่น 0% (สเปรดใน CFD)
ค่าธรรมเนียมการฝากเงิน ฟรี
ค่าธรรมเนียมการถอนเงิน ฟรี
ค่าธรรมเนียมการไม่ใช้งาน 10 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือนหลังจากไม่ได้ใช้งานเป็นเวลา 12 เดือน

ข้อดี:

  • เทรดหุ้นได้นับร้อย
  • แอปสอนเทรดสำหรับนักเทรดมือใหม่
  • ระบบ AI ที่ช่วยหาจุดอ่อนของคุณ
  • แชร์แนวคิดการเทรดทุกวัน
  • อินเทอร์เฟซสร้างกราฟและการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
  • ไม่มีค่าคอมมิชชั่นการเทรด

ข้อด้อย:

  • ไม่สามารถสร้างกลยุทธ์การเทรดแบบกำหนดเอง

72.6% ของนักลงทุนรายย่อยสูญเสียเงินเมื่อเทรด CFD กับผู้ให้บริการนี้

4. Libertex - ลงทุนเทรดคริปโต สเปรดเป็นศูนย์

Libertex คือโบรกเกอร์ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของหน่วยงาน CySEC ที่นักเทรดสามารถซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลมากมายได้โดยไม่มีสเปรด! สเปรดคือความแตกต่างระหว่างราคาซื้อและราคาขาย ซึ่งเป็นสิ่งที่โบรกเกอร์ใช้เป็นส่วนหนึ่งของค่าธรรมเนียม

Libertex ช่วยให้คุณเทรดคริปโตได้มากมาย เช่น Bitcoin, Ethereum, Bitcoin Gold, Bitcoin Cash, Monero/Bitcoin, Zcash/Bitcoin และอื่นๆ เทรดได้ทุกอย่างโดยไม่มีสเปรด!

การซื้อขายมีค่าคอมมิชชั่นเพียงเล็กน้อย พร้อมข้อเสนอส่วนลด 50% สำหรับนักเทรด

การเปิดบัญชีกับ Libertex ทำได้ง่ายมาก และใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น การเปิดบัญชีกำหนดเงินฝากขั้นต่ำแค่ 100 ยูโร

เนื่องจากโบรกเกอร์ให้บริการเทรดสกุลเงินดิจิทัลผ่าน CFD คุณจึงสามารถเปิดสถานะ Long และ Short เพื่อกำไรจากตลาดที่เพิ่มขึ้นและลดลง รวมถึงการใช้เลเวอเรจ

ข้อดี:

  • CFD ของสกุลเงินดิจิทัลจำนวนมาก
  • เทรดได้โดยไม่มีสเปรด
  • ได้รับการควบคุมโดย CySEC
  • เทรด CFD ของเงินคริปโตเพื่อเปิดสถานะ Long และ Short
  • เปิดบัญชีได้ง่าย

ข้อด้อย:

  • เทรดได้แค่ CFD เท่านั้น

เงินของคุณกำลังมีความเสี่ยง

5. Binance - เว็บเทรดเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุด

ปัจจุบัน Binance คือแพลตฟอร์มเทรดสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลก และมีคุณสมบัติมากมาย ค่าธรรมเนียมการซื้อขายเพียง 0.10% แต่เฉพาะกรณีที่คุณฝากเงินผ่านสกุลเงินดิจิทัลอื่นเท่านั้น

 

แพลตฟอร์มนี้นำเสนอการซื้อขายคู่สกุลเงินดิจิทัลนับร้อย นอกจากนี้นักเทรดเงินคริปโตยังสามารถซื้อขายใน Spot Market (ตลาดสปอต) และ Futures Market (ตลาดฟิวเจอร์ส)

การฝากเงินทำได้หลายช่องทาง เช่น สกุลเงินทั่วไป (Fiat Currency) การฝากเงินผ่านธนาคาร บัตรเครดิต/บัตรเดบิต การเทรดแบบ P2P หรือระบบการชำระเงินของบุคคลที่สาม

Binance Exchange ยังมีส่วนการวิจัยและการเรียนรู้ รวมถึงคุณสมบัติอื่นๆ สำหรับการสร้างเทคโนโลยีบล็อกเชน เช่น Binance Labs ซึ่งเป็นศูนย์โครงการบล็อกเชนชั้นนำ

ข้อดี:

  • ศูนย์ซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลก
  • ค่าคอมมิชชั่นการเทรดต่ำเพียง 0.10%
  • ซื้อสกุลเงินดิจิทัลจริง รวมถึงอนุพันธ์ เช่น ออปชั่นพื้นฐาน (Vanilla Option)
  • ไม่มีค่าธรรมเนียมการฝากเงินผ่าน Faster Payments
  • ค่าธรรมเนียมต่ำสำหรับการฝากเงินผ่านบัตรเดบิต/บัตรเครดิตไทย
  • เข้าถึงศูนย์การวิจัยและการเรียนรู้

ข้อด้อย:

  • แพลตฟอร์มเทรดแบบคลาสสิกที่อาจยากสำหรับมือใหม่

เงินของคุณกำลังมีความเสี่ยง

คู่มือ Cryptocurrency Trading - วิธีเริ่มต้นเทรดคริปโตในไทย

เนื้อหาในส่วนนี้ของคู่มือ Cryptocurrency Trading จะแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนการเปิดบัญชี Cryptocurrency Trading ในไทย การฝากเงิน และการเทรด

คำอธิบายจะอ้างอิงจากแพลตฟอร์มของ Quantum AI เนื่องจากเป็นแพลตฟอร์มที่คุณสามารถลงทุนและเทรดสกุลเงินดิจิทัลได้โดยไม่มีค่าคอมมิชชั่น นอกจากนี้ยังใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีในการตั้งค่าเป็นบัตรเดบิต/บัตรเครดิต และฝากผ่านกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ได้ทันที

ขั้นที่ 1: เปิดบัญชี Cryptocurrency Trading เพื่อเทรดคริปโต

ไปที่เว็บไซต์ Quantum AI สร้างบัญชีและป้อนข้อมูลส่วนตัว คุณต้องยืนยันอีเมลและเบอร์โทรศัพท์ของคุณด้วย

นอกจากนี้ยังต้องอัปโหลดสำเนาหนังสือเดินทาง/ใบขับขี่ และใบเรียกเก็บเงินค่าสาธารณูปโภคล่าสุดหรือใบแจ้งยอดบัญชีธนาคารที่หนึ่งในบริษัท Quantum AI ได้แยกทางกับนายหน้า

ขั้นที่ 2: ฝากเงิน

ช่องทางการฝากเงินที่ Quantum AI รองรับ ได้แก่

  • บัตรเดบิต
  • บัตรเครดิต
  • โอนเงินผ่านธนาคาร

คุณจะต้องฝากเงินอย่างน้อย 200 ยูโร

ขั้นที่ 3: เลือกเทรดสกุลเงินดิจิตอล

หากมีคู่สกุลเงินดิจิทัลที่คุณต้องการเทรด คุณสามารถเริ่มซื้อขายได้ หากไม่เป็นเช่นนั้น คุณสามารถรอสัญญาณและคำแนะนำจากซอฟต์แวร์ Quantum AIs มันจะแสดงรายการคำแนะนำให้คุณ ซึ่งสิ่งที่คุณต้องทำคือทำการซื้อขาย

Quantum AI ยังช่วยให้คุณใช้คุณสมบัติต่างๆ เช่น Stop Loss และ Take profit เพื่อควบคุมการเทรดของคุณได้มากขึ้น คุณยังสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าเพื่อให้เป็นอัตโนมัติโดยสมบูรณ์ และจะใช้เพียงจำนวนหนึ่งต่อการซื้อขายเท่านั้น

สรุป

ตลาด Cryptocurrency Trading ในไทยกลายเป็นแหล่งลงทุนที่มีมูลค่าหลายพันล้านบาท คุณสามารถเทรดคู่สกุลเงินดิจิทัลจำนวนมากอย่างสะดวกสบายได้จากที่บ้าน และมีเลเวอเรจสูงสุด 1:2 ให้ใช้สำหรับนักเทรด รายชื่อโบรกเกอร์ในไทยทั้งหมดที่แสดงไว้ในหน้านี้อนุญาตให้คุณเทรดสกุลเงินดิจิทัลได้โดยไม่มีค่าคอมมิชชั่น และมีสเปรดที่ดีกว่าโบรกเกอร์เจ้าอื่น ก่อนที่จะเริ่มต้นเทรดสกุลเงินดิจิทัล คุณต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับ Cryptocurrency Trading

หากคุณพร้อมเริ่มต้นเทรดด้วยบัญชี Cryptocurrency Trading แนะนำให้ใช้ eToro ซึ่งเป็นโบรกเกอร์ที่ได้รับการควบคุมโดย FCA ช่วยให้คุณเทรดสกุลเงินดิจิทัลต่างๆ รวมถึงคู่คริปโตกับสกุลเงินทั่วไปและคริปโตครอส ไม่มีการเรียกเก็บค่าคอมมิชชั่น นักเทรดจะได้รับการป้องกันตามกฎข้อบังคับของหน่วยงาน FCA

Quantum AI – แพลตฟอร์ม Cryptocurrency Trading ที่ดีที่สุดในประเทศไทย

67% ของนักลงทุนรายย่อยสูญเสียเงินเมื่อเทรด CFD กับผู้ให้บริการรายนี้

คำถามที่พบบ่อย

วิธีเทรดสกุลเงินดิจิทัลต้องทำอย่างไร

คุณต้องเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ออนไลน์ที่อนุญาตให้คุณเทรดคู่สกุลเงินดิจิทัล จากนั้นให้พิจารณาว่าราคาของคู่สกุลเงินดิจิทัลจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงในระยะสั้นเวลาสั้นๆ

สามารถเทรดสกุลเงินดิจิทัลได้ที่ไหน

ในโลกออนไลน์มีแพลตฟอร์ม Cryptocurrency Trading สำหรับเทรดคริปโตนับร้อย แต่คุณควรเลือกโบรกเกอร์ที่เชื่อถือได้ ซึ่งแพลตฟอร์มทั้งห้าแห่งที่แนะนำในหน้านี้เป็นโบรกเกอร์ได้รับการควบคุม

เทรดสกุลเงินดิจิทัลด้วยเลเวอเรจได้หรือไม่

ได้ โบรกเกอร์บางรายอนุญาตให้คุณเทรดสกุลเงินดิจิทัลด้วยเลเวอเรจสูงสุด 1:2

สามารถทำการชอร์ตสกุลเงินดิจิทัลได้อย่างไร

หากคุณคิดว่าสกุลเงินดิจิทัลมีมูลค่าสูงเกินไป คุณสามารถวางคำสั่งขายกับโบรกเกอร์ CFD ได้

คู่สกุลเงินดิจิทัลใดที่ดีที่สุดสำหรับการเทรด

BTC/USD คือคู่ที่ประกอบด้วย Bitcoin และดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นคู่เงินที่มีปริมาณการเทรดมากที่สุดในตลาดสกุลเงินดิจิตอล การเทรดคู่นี้จะช่วยให้คุณได้รับประโยชน์จากสเปรดที่แคบที่สุดและระดับสภาพคล่องที่ใหญ่ที่สุด

About prakit
About prakit

คุณประกิต ไชยสาร เป็นนักเขียน, นักวิเคราะห์ และนักลงทุนที่อยู่ในกรุงเทพฯ ประเทศไทย เขาเป็นนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์ และเป็นเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปีในตลาดการเงิน เขามีความเชี่ยวชาญด้านการเดย์เทรดและการลงทุนระยะยาว

Scroll Up